จะเขียน

20.10.04

เยี่ยมมาก

เยี่ยมมาก เธอคงยังไม่รู้ว่าผมกำลังจะตาย

ผมกำลังบ้า

กลับไปเศร้า ใครอย่ามาห้ามผมเถอะ ผมกำลังจะระเบิดอยู่แล้ว

แน่นอน เธอยังคงไม่ลดละ

ผมคงจะต้องตาย ก็วันนี้ ตอนนี้หล่ะ

ดูเหมือนเธอจะกลับใจ

เอาสิ ใครจะแก้ได้ ใครจะดับผมได้ ผมกำลังไหม้

ขอร้องหล่ะ ถึงคุณจะถูกเต็มประตู ผมก็ไม่หายโกรธ มันไม่ใช่เรื่องของเหตุและผล

และแล้ว ดูเหมือนเธอจะหมดความสนใจ

แล้วก็จากไป...

ไอ้ที่บ้าอยู่ทั้งหมด มันหายไปหมดแล้ว

มันหุบลง ทั้งโลกมันหดลง จมลง

ผมคงไม่ตื่น ผมไม่อยากตื่น

ถึงใครจะมาปลุก ถึงผมเองจะอยากหลุดจากภวังค์นี้

ผมก็ทำไม่ได้ และไม่อยากทำ

ปล่อยผมซะ ให้อยู่อย่างนี้

เดี๋ยวมันก็คงหาย

อยากให้เหมือนเดิม แต่เวลามันย้อนไม่ได้

แก้วมันแตกไปแล้ว จะรวบเก็บมากำให้แน่นสักเท่าไหร่ก็มีแต่จะบาดแทง

มองทางไหนก็ร้าวใจ หมดอาลัย

ถ้าโชคดี สักวันก็คงจะหาย

แต่มันจะนานแค่ไหน

อยากลืม และก็อยากถูกลืม

ขอให้เวลามันผ่านไปเร็วกว่านี้สักร้อยสักพันเท่า

ให้มันนานเกินกว่าจะจดจำอะไรได้อีก

ให้ผมกลายเป็นก้อนหินสักก้อน

และก็เป็นอย่างนั้นตลอดไป

อา ผมลืมเธอได้แล้วสินะ

ผ่านมานานแค่ไหนแล้ว

ผมขยับกาย ผมกลายเป็นก้อนหินไปแล้วจริงๆ

แต่ว่าเป็นมานานแค่ไหนแล้ว

ผมไม่รู้

คงจะนานมาก โลกเปลี่ยนไป ผมคงไม่ได้อยู่บนโลกแล้วมากกว่า

ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของเธอ

ผมไม่ดีใจเสียใจเรื่องเธอแล้ว

ว่าแต่ว่า ถ้าลืมไปแล้วจะมาพูดถึงเธออีกได้ยังไง

ให้ตายสิ!

19.10.04

เวลา รถเมล์ ชายสูงอายุ

ผมนั่งอยู่บนรถเมล์ รถคันนี้กำลังจะออกจากท่ารถตามเวลา รู้กันดีว่ารถเมล์ที่เมืองนี้ตรงเวลาแค่ไหน

ผมไม่ได้ดูนาฬิกา แต่คิดว่าคงจะได้เวลาออกรถแล้วเพราะคนขับรถติดเครื่องและปลดเบรคเตรียมออกรถ

ข้างหน้า บนทางเดิน ชายสูงอายุคนหนึ่ง แต่งตัวดี ใส่หมวกสีน้ำตาลสีเดียวกับสูทของเขา รีบร้อนเดินมาพร้อมกับทำสัญญาณเป็นการบอกคนขับรถให้รอ เขาต้องการจะไปกับรถคันนี้ด้วย เขากำลังรีบเดินมา รอเขาด้วย เขารีบแล้ว

คนขับรถรอจนชายสูงอายุขึ้นรถมา

คุณควรจะมาก่อนเวลารถออกสองสามนาที
ชายสูงอายุพยักหน้า** เดินไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้กับทางขึ้น

รถเมล์ออกวิ่งได้สักพัก ขับผ่านมาสองสามป้ายแล้ว ขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ ชายสูงอายุลุกขึ้นมาและเดินไปคุยกับคนขับรถ

เวลาเท่าไหร่แล้วครับ

สิบโมงห้าสิบเจ็ด

ขอบคุณ

แล้วชายสูงอายุก็เดินกลับไปนั่งที่นั่งเดิมพลางปรับนาฬิกาให้เวลาตรง

รถเมล์คันเดิม ขับต่อไปอีกราวสิบนาที ขณะนี้ผู้โดยสารเริ่มแน่นขึ้น

ที่ป้ายจอดรถโดยสารป้ายหนึ่ง รถเข้าจอดรับส่งผู้โดยสาร มีผู้โดยสารสองสามคนขึ้นมาใหม่ ขณะที่รถกำลังปิดประตูและเตรียมออกจากป้าย ผู้โดยสารหญิงที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ก็ตะโกนโหวกเหวกพร้อมกับกดสัญญาณให้คนขับรถหยุดรถ และบอกให้คนขับรถเปิดประตูรถ


ผู้โดยสารหญิงคนนั้นยื่นหน้าออกไปเรียกชายคนหนึ่ง ผมคิดว่าึคนสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน เธอเรียกชายคนนั้นอยู่สักพัก ชายคนนั้นก็เดินขึ้นรถมาด้วยท่าทางไม่พอใจ

ทำไมคุณไม่เปิดประตูให้ผมขึ้น ทำไมคุณไม่รอผม ผมกำลังจะขึ้นรถ ผมมาด้วยกันกับเพื่อนสองคนเนี่ย
คนขับรถเปิดเครื่องขยายเสียงและพูดว่า

ก็ผมเห็นคุณเดินหนีไปทางอื่น ไม่คิดว่าคุณต้องการจะขึ้นรถ

เดินหนีไปทางอื่นเหรอ?

ผมต้องรีบออกรถ ต้องรักษาเวลา

จะรีบไปถึงไหนกัน

คนขับรถมองผ่านกระจกมองหลัง บ่นพึมพำ หัวเราะ แล้วขับรถต่อไป

รถออกวิ่งต่อไป ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายคนขับรถสามารถรักษาเวลาได้หรือไม่

ที่กลางเมือง ถนนแคบ รถติด

ผมคิดว่าเค้าคงรักษาเวลาไม่ได้


.....................................................


(**ผมคิดเล่นๆ ชายสูงอายุอาจจะเป็นคนใจเย็น หรืออาจจะเป็นด้วยความสูงอายุ ประสบการณ์ชีวิต การได้เห็นบ่อยครั้งก็ทำให้เกิดความเข้าใจ เหมือนกับการที่เรายิ้มเวลาเห็นเด็กร้องไห้แทบเป็นแทบตายเวลาที่อยากได้ของเล่น ถึงเราจะรู้ว่าเด็กกำลังเป็นทุกข์แต่เราก็เข้าใจและรู้ว่าควรจะทำยังไง มิเช่นนั้นเราคงจะต้องซื้อของเล่นหรือตามใจเด็กทุกครั้งที่เด็กต้องการ ชายสูงอายุคนนี้จึงอาจจะเป็นคนที่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนขับรถและให้อภัยการกระทำของคนขับรถ มิเช่นนั้นก็อาจมีการทะเลาะ ทั้งที่ว่ากันตามกฏแล้วชายสูงอายุจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม การนิ่งเงียบจึงอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับชายสูงอายุ หรือชายสูงอายุคนนี้อาจจะเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่กล้าที่จะโต้เถียงหรือแสดงอาการท่าทางไม่พอใจกลับคืน หรือเค้าอาจจะเคยเป็นคนขับรถมาก่อน หรือไม่เค้าก็อาจจะเป็นเพียงชายสูงอายุธรรมดาคนหนึ่ง)

คืนนี้ขอหอม - โยคี เพลย์บอย

แล้วใครเลยจะรู้
คืนนี้เราได้อยู่ด้วยกัน

ฉันเพิ่งขอเธอนัด
มาพูดคุยกันที่บ้านฉัน


อยากจะเจอแต่เธอเฝ้ารอมาหลายที
มันนานไปแล้วที่เราไม่เจอกันสักที

ทรมานจนฉันรู้ดี

ต้องขอหอมเธอสักครั้ง
คอยลูบหลังให้เธอก่อนนอน

คืนนี้ฉันมีคนรัก

อยู่ข้างกายและเธอกำลังพักผ่อน

อยากโอบกอดรัดเธอไว้แนบกายให้ฝันดี
จดจำคืนนี้เอาไว้อีกนาน นานหลายปี

ก็อยากหอม เธอทุกนาที

อยากหอม
ทุกครั้งที่เธอชิดใกล้

กลิ่นกายของเธอช่างมีความหมาย

และตรึงติดภายในใจข้างใน

ลึกเข้าไป

เพราะใคร

อยากโอบกอดรัดเธอไว้แนบกายให้ฝันดี
จดจำคืนนี้เอาไว้อีกนาน นานหลายปี

ก็อยากหอม เธอทุกนาที

อยากหอม
ทุกครั้งที่เธอชิดใกล้

กลิ่นกายของเธอช่างมีความหมาย

และตรึงติดภายในใจข้างใน

ลึกเข้าไป

แค่เพียงเธอยอม
ขอหอมเธอเธอก่อน

ในคืนนี้

18.10.04

แม่น้ำ

คุณกำลังนั่งอยู่บนเรือข้ามฟาก เรือยังคงจอดเทียบอยู่ที่โป๊ะเพื่อรอผู้โดยสารและ ยังไม่ได้ออกวิ่งไปยังฝั่งตรงข้ามเพราะว่าจำนวนผู้โดยสารยังน้อยอยู่ บางครั้งอาจจะต้องรอถึงสิบนาทีกว่าคนถึงจะขึ้นมาเต็มเรือ เรือเป็นโครงเหล็กที่ดูเหมือนจะเป็นโป๊ะแบนๆ ลอยน้ำได้แล้วนำมาติดหลังคาเข้าไปมากกว่าจะดูเหมือนเรือทั่วๆ ไป ผู้คนที่มาขึ้นเรือข้ามฟากลำนี้มีทั้งแม่ค้าที่มีหาบของดูท่าทางหนัก นักศึกษาที่จับกลุ่มคุยกันสนุกสนาน คนเดินเท้า หมอ และผู้คนอีกหลายอาชีพ มีสะพานที่คุณสามารถจะเดินข้ามแม่น้ำได้เช่นกันแต่คุณต้องเดินอ้อมไปอีกไกล ที่จริงการเดินเป็นสิ่งที่คุณชอบและแม่น้ำนี้ก็ไม่ได้กว้างไปกว่าสองสามร้อยเมตร แต่วันนี้คุณไม่ต้องการจะทำเช่นนั้น คุณพอใจที่จะเสียค่าโดยสาร เรือข้ามฟากและนั่งพักหย่อนใจมองสายน้ำไหลเอื่อย รอเวลาเรือออกและเล่นข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม คุณไม่รีบร้อนอะไร

แดดยามบ่ายกำลังส่องสะท้อนผิวน้ำกระทบสายตาคุณ โชคดีที่หลังคาเรือช่วยบังแสงแดดเอาไว้ คุณนั่งมองดูแม่น้ำ ลมพัดเย็นสบายพัดเอากลิ่นแม่น้ำและไอเย็นชุ่มชื้นมาสู่คุณ ผิวแม่น้ำอยู่ไม่ไกลจากคุณนัก คุณสังเกตเห็นได้ว่ามันไม่ได้ สะอาดและไม่เหมาะเลยที่จะสัมผัส แต่คุณพอใจที่ได้นั่งดูและเพลิดเพลินกับเสียงคลื่นระลอกเล็กๆ ที่เกิดจากเรือลำอื่น คลื่นเล็กๆ ที่วิ่งเข้ามากระทบกับเรือคุุณ

คุณมองไปยังฝั่งตรงกันข้ามของแม่น้ำ ที่ฝั่งตรงข้ามบริเวณโป๊ะเรือมีร้านอาหารอยู่เต็มสองข้าง ติดกันนั้นสามารถมองเห็นตึกอาคารเรียนของมหาวิยาลัยที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง ถึงแม้จะมองจากระยะไกลแต่ก็เห็นได้ว่าร้านค้าต่างๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังพักเที่ยงและมาหาอาหารกินกันตามร้านเล็กๆ ละแวกนี้ ร้านอาหารมีให้เลือกมากมายและราคาถูกกว่าร้านที่หรูหรา จึงเป็นที่นิยมของคนทำงานและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย

ผู้โดยสารเริ่มลงมาจนเรือดูแน่นขึ้นและคนที่ยืนอยู่บนโป๊ะหาที่เดินลงมายืนในเรือไม่ได้อีกแล้ว เด็กหนุ่มคนนึงที่นั่งคุยอยู่กับคนขับเรือเมื่อสักครู่ลุกขึ้นไปปลดห่วงเชือกที่ผูกเรือกับโป๊ะออก เสียงเครื่องเรือดังขึ้นและเรือเริ่มสั่นด้วยกำลังเครื่องยนต์ที่หมุนเหวี่ยงเร็วขึ้น เรือออกแล่นตีวงช้าๆ ทวนแม่น้ำขึ้นไป คุณกำลังสบายใจและเพลิดเพลินกับลมเย็นที่วิ่งเข้ามาปะทะหน้า เรือค่อยๆ วิ่งตัดระลอกคลื่นไปแบบไม่รีบร้อน ถึงแม้ว่าจะช้า แต่คุณกลับดีใจที่จะได้นั่งเรือเล่นชมวิวนานๆ

เรือแล่นเรื่อยผ่านไปกลางแม่น้ำ บางครั้งเหมือนว่าคุณมองเห็นปลาว่ายผลุบขึ้นมาแต่ก็ไม่เห็นว่าเป็นปลาอะไร หรือว่าอาจจะไม่ใช่ปลาก็ได้ อาจจะเป็นเพียงเศษขยะที่บังเอิญลอยขึ้นมา คุณแน่ใจว่าแม่น้ำนี้คงไม่สะอาดขนาดที่จะมีปลามาว่ายอยู่ น่าจะเป็นขยะในแม่น้ำซะมากกว่า ไม่เหมือนสมัยที่คุณยังเป็นเด็ก คุณยังจำได้ว่าบนผิวน้ำมักจะมีฝูงปลาเข็มว่ายน้ำอยู่ ปลาธรรมดาที่ปัจจุบันหาดูได้ยากเต็มที

เรือเริ่มตั้งลำและเข้าจอดยังโป๊ะฝั่งตรงข้าม คนขับสามารถบังคับเรือได้ด้วยความชำนาญ เด็กหนุ่มคนเดิมลุกขึ้นไปเอาเชือกคล้องกับโป๊ะเพื่อดึงเรือไว้ คุณรอจนคนอื่น ขึ้นจากเรือจนเกือบหมดแล้วคุณจึงลุกขึ้นและเดินขึ้นโป๊ะเรือไป คุณเดินข้ามสะพานไม้และเดินขึ้นฝั่งไป

คุณเดินผ่านร้านค้าต่างๆ ที่แออัดกันอยู่บริเวณท่าเรือ มีร้านค้ามากมาย นอกจากร้านขายอาหารแล้วแถวนี้ยังมีร้านขายของอื่นๆ เช่น ร้านหนังสือ ร้านขายเทปเพลง แผ่นเสียง แผงลอยขายผลไม้สด คุณสะดุดตากับร้านหนังสือและถือโอกาสหลบแดดเข้าไปหยุดดูหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง เสียงเพลงจากร้านขายเทปเพลงดังแว่วมา เสียงผู้คนที่เดินขวักไขว่ เสียงจากการจราจรบนถนนเส้นเล็กที่มีรถติดขัด

ที่นี่คือบริเวณนอกประตูมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นมหาวิทยาลัยที่ถูกก่อตั้งมานานร้อยกว่าปีแล้ว ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่ง ตัวมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ใจกลางเมือง ด้านหนึ่งติดริมแม่น้ำ รอบมหาวิทยาลัยเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ดังเช่นท่าเรือที่คุณเพิ่งจะผ่านมา ถนนสายเล็กตัดผ่านหน้าประตูมหาวิทยาลัย คุณสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ด้วยรถโดยสาร แต่คุณชอบที่จะมาทางแม่น้ำโดยเรือมากกว่า

แดดร้อนและอากาศอบอ้าว คุณเริ่มรู้สึกหิวและอยากนั่งพักที่ไหนสักแห่ง คุณตัดสินใจเดินเข้าร้านอาหารริมทางแห่งหนึ่งเพื่อกินอาหารกลางวันก่อนที่จะเข้าไปในมหาลัย คุณสั่งอาหารจานเดียวและกินอย่างไม่รีบร้อน หลังจากที่อิ่มแล้วคุณเดินออกจากร้านและเริ่มเดินไปยังหน้ามหาวิทยาลัย คุณสังเกตุเห็นว่า ที่ประตูมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาเดินเข้าออกพลุกพล่าน คุณเดินมาจนถึงประตูและ เดินผ่านเข้าไปในมหาวิทยาลัย

คุณมายังมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เพราะว่าคุณกำลังสนใจและกำลังทำการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโบราณ คุณค่อนข้างมั่นใจว่าที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีหนังสือที่คุณต้องการให้อ่านมากมาย คุณตั้งใจว่าจะลองใช้เวลาบ่ายนี้ในการค้นหา

ไม่นานคุณก็เดินมาถึงห้องสมุด ห้องสมุดแห่งนี้ถูกสร้างและออกแบบให้ลึกลงไปอยู่ใต้ดินเนื่องจากมหาวิทยาลัยมีพื้นที่จำกัด บริเวณนี้ยังถูกห้ามไม่ให้สร้างตึกสูงด้วย การสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่จึงทำได้เพียงสร้างลึกลงใต้ดิน คุณได้ยินเพื่อนของคุณเคยเล่าให้ฟังว่าในตึกที่สร้างลึกลงไปใต้ดินแบบนี้บางครั้งถ้าไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ดีก็จะอันตรายเนื่องจากไม่มีอากาศไหลเวียนลงไปที่ชั้นล่างสุด ถ้าใช้เวลาอยู่ที่ชั้นใต้ดินนานเกินไปก็อาจจะรู้สึกเวียนหัวและไม่สบาย คุณไม่แน่ใจว่ามีการปรับปรุงแก้ไขเรื่องระบบอากาศหรือยัง คุณ ไม่แน่ใจว่าคุณต้องลงไปที่ชั้นใต้ดินหรือไม่ แต่คุณมาถึงห้องสมุดแล้ว คุณเปิดประตูและเดินเข้าไปข้างใน มีแต่บันไดทางเดินลงใต้ดินเท่านั้น มีเพียงห้องเล็กๆ ตรงทางเข้าที่อยู่บนผิวดิน คุณเดินลึกเข้าไปข้างในและมองเห็นบันไดทางลงอยู่ที่ตรงสุดระเบียงทางเดินนั่น คุณเดินลงบันไดไป ข้างในห้องสมุดนี้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา

คุณมองไปรอบๆ ผู้คนในห้องสมุดง่วนอยู่กับการอ่าน คุณมองเห็นชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่เต็มไปหมด คุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นค้นหาที่ตรงไหนดี

คุณได้กลิ่นหนังสือ กลิ่นกระดาษเก่า

คุณเริ่มคิดถึงแดดอุ่นริมแม่น้ำ ท้องฟ้าสีฟ้า และกลิ่นลมแม่น้ำ

Haiku

๕ ๗ ๕ พยางค์
เล่าเรื่องง่ายในมุมแปลกใหม่
เขียนได้ตามใจอยาก

ฤดูใบไม้ร่วง
คืนเดือนมึด ไร้จันทร์ หนาวชื้น
นั่งจิบกาแฟอุ่น

อาทิตย์อัสดง
แดดแดงอุ่น ขอบเมฆสีทอง
คิดถึงบ้านแดนไกล