เวลา รถเมล์ ชายสูงอายุ
ผมนั่งอยู่บนรถเมล์ รถคันนี้กำลังจะออกจากท่ารถตามเวลา รู้กันดีว่ารถเมล์ที่เมืองนี้ตรงเวลาแค่ไหน
ผมไม่ได้ดูนาฬิกา แต่คิดว่าคงจะได้เวลาออกรถแล้วเพราะคนขับรถติดเครื่องและปลดเบรคเตรียมออกรถ
ข้างหน้า บนทางเดิน ชายสูงอายุคนหนึ่ง แต่งตัวดี ใส่หมวกสีน้ำตาลสีเดียวกับสูทของเขา รีบร้อนเดินมาพร้อมกับทำสัญญาณเป็นการบอกคนขับรถให้รอ เขาต้องการจะไปกับรถคันนี้ด้วย เขากำลังรีบเดินมา รอเขาด้วย เขารีบแล้ว
คนขับรถรอจนชายสูงอายุขึ้นรถมา
คุณควรจะมาก่อนเวลารถออกสองสามนาที
ชายสูงอายุพยักหน้า** เดินไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้กับทางขึ้น
รถเมล์ออกวิ่งได้สักพัก ขับผ่านมาสองสามป้ายแล้ว ขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ ชายสูงอายุลุกขึ้นมาและเดินไปคุยกับคนขับรถ
เวลาเท่าไหร่แล้วครับ
สิบโมงห้าสิบเจ็ด
ขอบคุณ
แล้วชายสูงอายุก็เดินกลับไปนั่งที่นั่งเดิมพลางปรับนาฬิกาให้เวลาตรง
รถเมล์คันเดิม ขับต่อไปอีกราวสิบนาที ขณะนี้ผู้โดยสารเริ่มแน่นขึ้น
ที่ป้ายจอดรถโดยสารป้ายหนึ่ง รถเข้าจอดรับส่งผู้โดยสาร มีผู้โดยสารสองสามคนขึ้นมาใหม่ ขณะที่รถกำลังปิดประตูและเตรียมออกจากป้าย ผู้โดยสารหญิงที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ก็ตะโกนโหวกเหวกพร้อมกับกดสัญญาณให้คนขับรถหยุดรถ และบอกให้คนขับรถเปิดประตูรถ
ผู้โดยสารหญิงคนนั้นยื่นหน้าออกไปเรียกชายคนหนึ่ง ผมคิดว่าึคนสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน เธอเรียกชายคนนั้นอยู่สักพัก ชายคนนั้นก็เดินขึ้นรถมาด้วยท่าทางไม่พอใจ
ทำไมคุณไม่เปิดประตูให้ผมขึ้น ทำไมคุณไม่รอผม ผมกำลังจะขึ้นรถ ผมมาด้วยกันกับเพื่อนสองคนเนี่ย
คนขับรถเปิดเครื่องขยายเสียงและพูดว่า
ก็ผมเห็นคุณเดินหนีไปทางอื่น ไม่คิดว่าคุณต้องการจะขึ้นรถ
เดินหนีไปทางอื่นเหรอ?
ผมต้องรีบออกรถ ต้องรักษาเวลา
จะรีบไปถึงไหนกัน
คนขับรถมองผ่านกระจกมองหลัง บ่นพึมพำ หัวเราะ แล้วขับรถต่อไป
รถออกวิ่งต่อไป ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายคนขับรถสามารถรักษาเวลาได้หรือไม่
ที่กลางเมือง ถนนแคบ รถติด
ผมคิดว่าเค้าคงรักษาเวลาไม่ได้
.....................................................
(**ผมคิดเล่นๆ ชายสูงอายุอาจจะเป็นคนใจเย็น หรืออาจจะเป็นด้วยความสูงอายุ ประสบการณ์ชีวิต การได้เห็นบ่อยครั้งก็ทำให้เกิดความเข้าใจ เหมือนกับการที่เรายิ้มเวลาเห็นเด็กร้องไห้แทบเป็นแทบตายเวลาที่อยากได้ของเล่น ถึงเราจะรู้ว่าเด็กกำลังเป็นทุกข์แต่เราก็เข้าใจและรู้ว่าควรจะทำยังไง มิเช่นนั้นเราคงจะต้องซื้อของเล่นหรือตามใจเด็กทุกครั้งที่เด็กต้องการ ชายสูงอายุคนนี้จึงอาจจะเป็นคนที่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนขับรถและให้อภัยการกระทำของคนขับรถ มิเช่นนั้นก็อาจมีการทะเลาะ ทั้งที่ว่ากันตามกฏแล้วชายสูงอายุจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม การนิ่งเงียบจึงอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับชายสูงอายุ หรือชายสูงอายุคนนี้อาจจะเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่กล้าที่จะโต้เถียงหรือแสดงอาการท่าทางไม่พอใจกลับคืน หรือเค้าอาจจะเคยเป็นคนขับรถมาก่อน หรือไม่เค้าก็อาจจะเป็นเพียงชายสูงอายุธรรมดาคนหนึ่ง)
ผมไม่ได้ดูนาฬิกา แต่คิดว่าคงจะได้เวลาออกรถแล้วเพราะคนขับรถติดเครื่องและปลดเบรคเตรียมออกรถ
ข้างหน้า บนทางเดิน ชายสูงอายุคนหนึ่ง แต่งตัวดี ใส่หมวกสีน้ำตาลสีเดียวกับสูทของเขา รีบร้อนเดินมาพร้อมกับทำสัญญาณเป็นการบอกคนขับรถให้รอ เขาต้องการจะไปกับรถคันนี้ด้วย เขากำลังรีบเดินมา รอเขาด้วย เขารีบแล้ว
คนขับรถรอจนชายสูงอายุขึ้นรถมา
คุณควรจะมาก่อนเวลารถออกสองสามนาที
ชายสูงอายุพยักหน้า** เดินไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้กับทางขึ้น
รถเมล์ออกวิ่งได้สักพัก ขับผ่านมาสองสามป้ายแล้ว ขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่ ชายสูงอายุลุกขึ้นมาและเดินไปคุยกับคนขับรถ
เวลาเท่าไหร่แล้วครับ
สิบโมงห้าสิบเจ็ด
ขอบคุณ
แล้วชายสูงอายุก็เดินกลับไปนั่งที่นั่งเดิมพลางปรับนาฬิกาให้เวลาตรง
รถเมล์คันเดิม ขับต่อไปอีกราวสิบนาที ขณะนี้ผู้โดยสารเริ่มแน่นขึ้น
ที่ป้ายจอดรถโดยสารป้ายหนึ่ง รถเข้าจอดรับส่งผู้โดยสาร มีผู้โดยสารสองสามคนขึ้นมาใหม่ ขณะที่รถกำลังปิดประตูและเตรียมออกจากป้าย ผู้โดยสารหญิงที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ก็ตะโกนโหวกเหวกพร้อมกับกดสัญญาณให้คนขับรถหยุดรถ และบอกให้คนขับรถเปิดประตูรถ
ผู้โดยสารหญิงคนนั้นยื่นหน้าออกไปเรียกชายคนหนึ่ง ผมคิดว่าึคนสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน เธอเรียกชายคนนั้นอยู่สักพัก ชายคนนั้นก็เดินขึ้นรถมาด้วยท่าทางไม่พอใจ
ทำไมคุณไม่เปิดประตูให้ผมขึ้น ทำไมคุณไม่รอผม ผมกำลังจะขึ้นรถ ผมมาด้วยกันกับเพื่อนสองคนเนี่ย
คนขับรถเปิดเครื่องขยายเสียงและพูดว่า
ก็ผมเห็นคุณเดินหนีไปทางอื่น ไม่คิดว่าคุณต้องการจะขึ้นรถ
เดินหนีไปทางอื่นเหรอ?
ผมต้องรีบออกรถ ต้องรักษาเวลา
จะรีบไปถึงไหนกัน
คนขับรถมองผ่านกระจกมองหลัง บ่นพึมพำ หัวเราะ แล้วขับรถต่อไป
รถออกวิ่งต่อไป ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายคนขับรถสามารถรักษาเวลาได้หรือไม่
ที่กลางเมือง ถนนแคบ รถติด
ผมคิดว่าเค้าคงรักษาเวลาไม่ได้
.....................................................
(**ผมคิดเล่นๆ ชายสูงอายุอาจจะเป็นคนใจเย็น หรืออาจจะเป็นด้วยความสูงอายุ ประสบการณ์ชีวิต การได้เห็นบ่อยครั้งก็ทำให้เกิดความเข้าใจ เหมือนกับการที่เรายิ้มเวลาเห็นเด็กร้องไห้แทบเป็นแทบตายเวลาที่อยากได้ของเล่น ถึงเราจะรู้ว่าเด็กกำลังเป็นทุกข์แต่เราก็เข้าใจและรู้ว่าควรจะทำยังไง มิเช่นนั้นเราคงจะต้องซื้อของเล่นหรือตามใจเด็กทุกครั้งที่เด็กต้องการ ชายสูงอายุคนนี้จึงอาจจะเป็นคนที่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนขับรถและให้อภัยการกระทำของคนขับรถ มิเช่นนั้นก็อาจมีการทะเลาะ ทั้งที่ว่ากันตามกฏแล้วชายสูงอายุจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม การนิ่งเงียบจึงอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับชายสูงอายุ หรือชายสูงอายุคนนี้อาจจะเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่กล้าที่จะโต้เถียงหรือแสดงอาการท่าทางไม่พอใจกลับคืน หรือเค้าอาจจะเคยเป็นคนขับรถมาก่อน หรือไม่เค้าก็อาจจะเป็นเพียงชายสูงอายุธรรมดาคนหนึ่ง)

0 Comments:
Post a Comment
<< Home