จะเขียน

26.10.05

ผจญภัย

คุณอยากจะผจญภัยรึ
ง่ายนิดเดียว
สิ่งแรกที่คุณต้องมี ก็คือเวลาว่างสักครึ่งค่อนวัน หรือจะนานกว่านั้นก็ได้
ชุดลำลองกับรองเท้าใส่สบายสักคู่
และที่จะขาดไม่ได้เลยคือความกระตือรือร้นต่อสิ่งรอบตัว
คุณจะต้องใช้มัน มากและบ่อยเชียว
ต่อจากนี้ไป จะใกล้ จะไกล ไม่สำคัญ
แต่จำไว้ว่าตอนนี้กำลังผจญภัย กำลังหาสิ่งแปลกใหม่ให้กับชีวิต
ดังนั้น ในระหว่างการเดินทาง ให้หลีกเส้นทางที่คุ้นเคยซะ
พยายามลองเส้นทางใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป
ถนนเส้นใหม่ที่ทุกวันอาจจะเคยขับรถผ่าน เคยมอง แต่ไม่เคยเลี้ยวเข้าไป
หรืออาจจะเป็นป้ายรถเมล์ที่นั่งผ่านไปมาทุกวันแต่ไม่เคยแวะลง
หรืออาจจะเป็นร้านขายหนังสือมือสอง ตลาดขายของสด
เกาะกลางทะเล หรือภูเขาสักลูก
เดินเข้าไปเลย อย่างเบิกบาน อย่างกระตือรือร้น
เดินเข้าสู่ดินแดนใหม่ที่คุณไม่เคยไปมาก่อน
อย่าเข้าใจผิดว่าคุณมาพักผ่อน
อย่าปล่อยให้ตัวคุณว่างเกินไป นี่คุณมาผจญภัยนะ
อย่างที่บอกไปแล้ว การผจญภัยจะสนุกมากขึ้นหากคุณมีความกระตือรือร้นต่อสิ่งใหม่ที่อยู่รอบตัว
เดินให้ช้าและมองให้รอบ ให้ละเอียด
หยุดสังเกตทุกรายละเอียดสี แสง ลวดลายของสิ่งต่างๆ ในทุกตารางมิลลิเมตร
ใบไม้ มดสักตัว เปลือกหอย หรือหนังสือแปลกๆ ที่คุณไม่เคยคิดจะหยิบอ่าน
ลายไม้ของประตูไม้เก่า สีเขียวของใบไม้
เปิดหูรับฟังเสียงของสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบ
สูดลมหายใจให้ยาว ทำตัวให้กลมกลืนไปกับที่นั้นๆ
ถ้ามีวัวอยู่แถวนั้น ก็อย่าลืมร้องมอมอใส่พวกมันสักหน่อย
ถ้ามีรถเข็นไอติมก็ลองอุดหนุนดูบ้างสิ เลือกชิมรสที่คุณไม่เคยลอง
ถ้ามีต้นไม้ขนาดพอเหมาะ ก็ลองปีนเล่นดูให้รู้สิว่าจะขึ้นไปถึงบนยอดได้ไหม
ถ้ามีตั๋วรถเมล์เก่าๆ ตกอยู่สักใบนึงก็ลองหยิบขึ้นมาอ่านดูตัวเลขทุกตัว
ถ้าเจอคนที่น่าสนใจก็อย่ากลัวที่จะเข้าไปทักทาย
บางครั้งการพูดคุยกับคนแปลกหน้าก็เพิ่มสีสันให้กับการผจญภัยได้ไม่น้อย
ลองถามพวกเค้าดูสิว่า บนเหรียญบาทมีเลขหนึ่งอยู่กี่ตัว หรือว่าพวกเค้ามีฟันในปากทั้งหมดกี่ซี่
(อย่าลืมแอบสังเกตว่าแต่ละคนมีวิธีนับฟันยังไง แล้วคุณจะต้องประหลาดใจ)
ตอนนี้เอง ที่คุณกำลังทำตัวเป็นคนช่างคิดช่างสังเกต
ตอนนี้เอง ที่คุณกำลังเดินไปข้างหน้าเพื่อที่จะค้นพบสิ่งใหม่ๆ
ตอนนี้เอง ที่คุณกำลังเพลิดเพลินอยู่กับสิ่งรอบตัวราวกับว่าไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านั้นมาก่อน
ตอนนี้หล่ะ คุณกลายเป็นนักผจญภัยแล้ว

4.10.05

คุณเริ่มชวนเธอคุยด้วยบทสนทนาประหลาดๆ อันที่จริงคุณอยากจะพูดอะไรที่เข้าท่ากว่านั้น แต่ดูเหมือนคุณมีเวลาให้คิดเพียงแค่เสี้ยววินาทีก่อนที่โอกาสนั้นจะจางหายไปอย่างกับสายหมอก เธอเองก็คงจะคิดว่าคุณเป็นคนแปลก ซึ่งก็ไม่ผิดเลยซะทีเดียว แต่อย่างน้อยตอนนี้เธอก็คุยอยู่กับคุณแล้ว

เธอบอกว่าเธอไม่ใช่คนท้องถิ่นอย่างที่คุณคิด เธอเองก็เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างแดนเหมือนกับคุณ เธอไม่แปลกใจที่คุณทายเชื้อชาติของเธอผิด ผู้คนมักจะทายเชื้อชาติของเธอผิดเสมอแม้เวลาที่เธออยู่ในประเทศบ้านเกิดของเธอเองก็ตาม คุณชวนเธอคุยเรื่องสัพเพเหระ คุณชอบวิธีที่เธอพูดจา เธอไม่ใช่คนที่พูดเรื่อยเปื่อยเจื้อยแจ้วหรือห้วนสั้นขัดหู เธอพูดเหมือนกับคุณครูใจดีที่กำลังเล่านิทานให้เด็กฟัง เสียงนุ่มที่ชอบลากยาว ช้า แต่ชวนให้อยากฟัง

เธอถือหนังสือนำเที่ยวเล่มเล็กอยู่ในมือ คุณชอบที่เธอใช้นิ้วมือสองสามนิ้วคั่นหน้าหนังสือที่สนใจไว้พร้อมกันหลายๆ หน้า คุณเองก็ชอบทำแบบนั้นเหมือนกัน เธอพยายามจะชี้รูปในหน้าหนังสือให้คุณดูว่าจุดท่องเที่ยวไหนที่เธอไปเที่ยวมาแล้วและที่ไหนที่เธอกำลังจะไป คุณแสร้งทำเป็นมองเห็นไม่ถนัดเพื่อที่จะได้ขยับเข้าไปใกล้เธอ อันที่จริงคุณก็อยากจะขยับเข้าไปให้ใกล้กว่านั้นอีกแต่ว่าคุณก็ไม่ได้ทำ คุณไม่ได้ซักถามอะไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้นมากนัก คุณอยากปล่อยให้เธออ่านหนังสือไปอย่างนั้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้มองเธอให้นาน คุณรู้สึกตื่นเต้นเวลาที่มองเธอใกล้ๆ แบบนี้ เวลาที่ได้พิจารณาดูขนตายาวเรียวที่เธอปัดแต่งเอาไว้งอนสวย หรือจะเป็นตาหวานฉ่ำชวนมองคู่นั้น เวลาที่เธอสบตาคุณก็มักจะมีรอยยิ้มเล็กๆ แถมให้ แต่นั่นคุณอาจจะคิดไปเองแล้วก็อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปก็ได้

ที่คุณรู้สึกประหลาดใจปนชอบใจมากที่สุดก็คือขณะที่เธอเดินอ้อยอิ่งไปกับคุณ ระหว่างที่เธอเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้คุณฟัง หรือระหว่างที่ตอบคำถามแปลกประหลาดของคุณ หลายครั้งเธอจะหยุดเดินเอาซะเฉยๆ แล้วเมื่อคุณหยุดตาม เธอก็จะหันตัวมาคุยกับคุณเหมือนต้องการให้คุณให้ความสำคัญกับคำสนทนานั้นอย่างเต็มที่ และพอเธอพูดจบคุณก็ได้แต่ยิ้มถ่วงเวลาช่วงที่คุณจะได้มองเธอเต็มตาแบบนั้นไว้ ก่อนที่จะต้องเริ่มออกเดินต่อไป ช่วงเวลาขณะที่เธอหยุดเดินแล้วหันมาคุยกับคุณแบบนั้นเอง ที่คุณอยากจะหยุดเข็มนาฬิกาไว้ให้นิ่งสนิทสักสองสามปี