จะเขียน

4.10.05

คุณเริ่มชวนเธอคุยด้วยบทสนทนาประหลาดๆ อันที่จริงคุณอยากจะพูดอะไรที่เข้าท่ากว่านั้น แต่ดูเหมือนคุณมีเวลาให้คิดเพียงแค่เสี้ยววินาทีก่อนที่โอกาสนั้นจะจางหายไปอย่างกับสายหมอก เธอเองก็คงจะคิดว่าคุณเป็นคนแปลก ซึ่งก็ไม่ผิดเลยซะทีเดียว แต่อย่างน้อยตอนนี้เธอก็คุยอยู่กับคุณแล้ว

เธอบอกว่าเธอไม่ใช่คนท้องถิ่นอย่างที่คุณคิด เธอเองก็เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างแดนเหมือนกับคุณ เธอไม่แปลกใจที่คุณทายเชื้อชาติของเธอผิด ผู้คนมักจะทายเชื้อชาติของเธอผิดเสมอแม้เวลาที่เธออยู่ในประเทศบ้านเกิดของเธอเองก็ตาม คุณชวนเธอคุยเรื่องสัพเพเหระ คุณชอบวิธีที่เธอพูดจา เธอไม่ใช่คนที่พูดเรื่อยเปื่อยเจื้อยแจ้วหรือห้วนสั้นขัดหู เธอพูดเหมือนกับคุณครูใจดีที่กำลังเล่านิทานให้เด็กฟัง เสียงนุ่มที่ชอบลากยาว ช้า แต่ชวนให้อยากฟัง

เธอถือหนังสือนำเที่ยวเล่มเล็กอยู่ในมือ คุณชอบที่เธอใช้นิ้วมือสองสามนิ้วคั่นหน้าหนังสือที่สนใจไว้พร้อมกันหลายๆ หน้า คุณเองก็ชอบทำแบบนั้นเหมือนกัน เธอพยายามจะชี้รูปในหน้าหนังสือให้คุณดูว่าจุดท่องเที่ยวไหนที่เธอไปเที่ยวมาแล้วและที่ไหนที่เธอกำลังจะไป คุณแสร้งทำเป็นมองเห็นไม่ถนัดเพื่อที่จะได้ขยับเข้าไปใกล้เธอ อันที่จริงคุณก็อยากจะขยับเข้าไปให้ใกล้กว่านั้นอีกแต่ว่าคุณก็ไม่ได้ทำ คุณไม่ได้ซักถามอะไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้นมากนัก คุณอยากปล่อยให้เธออ่านหนังสือไปอย่างนั้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้มองเธอให้นาน คุณรู้สึกตื่นเต้นเวลาที่มองเธอใกล้ๆ แบบนี้ เวลาที่ได้พิจารณาดูขนตายาวเรียวที่เธอปัดแต่งเอาไว้งอนสวย หรือจะเป็นตาหวานฉ่ำชวนมองคู่นั้น เวลาที่เธอสบตาคุณก็มักจะมีรอยยิ้มเล็กๆ แถมให้ แต่นั่นคุณอาจจะคิดไปเองแล้วก็อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปก็ได้

ที่คุณรู้สึกประหลาดใจปนชอบใจมากที่สุดก็คือขณะที่เธอเดินอ้อยอิ่งไปกับคุณ ระหว่างที่เธอเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้คุณฟัง หรือระหว่างที่ตอบคำถามแปลกประหลาดของคุณ หลายครั้งเธอจะหยุดเดินเอาซะเฉยๆ แล้วเมื่อคุณหยุดตาม เธอก็จะหันตัวมาคุยกับคุณเหมือนต้องการให้คุณให้ความสำคัญกับคำสนทนานั้นอย่างเต็มที่ และพอเธอพูดจบคุณก็ได้แต่ยิ้มถ่วงเวลาช่วงที่คุณจะได้มองเธอเต็มตาแบบนั้นไว้ ก่อนที่จะต้องเริ่มออกเดินต่อไป ช่วงเวลาขณะที่เธอหยุดเดินแล้วหันมาคุยกับคุณแบบนั้นเอง ที่คุณอยากจะหยุดเข็มนาฬิกาไว้ให้นิ่งสนิทสักสองสามปี

0 Comments:

Post a Comment

<< Home