จะเขียน

17.1.07

คุณเดินเล่นอยู่บนทางเดินริมลำธาร ทางเดินเส้นเล็กๆ ไม่ได้สูงไปกว่าระดับน้ำในลำธารสักเท่าไหร่ เสียงน้ำไหลทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ผิวน้ำของลำธารใสราวกับแก้วเนื้อดี คุณสามารถมองเห็นก้อนหินที่กองกระจัดกระจายอยู่ที่ก้นลำธารได้ชัด ส่วนใหญ่เป็นหินก้อนเล็กที่คงจะถูกกระแสน้ำพัดไปมาหลายสิบหลายร้อยปีจนกลมมน มีทั้งก้อนหินเล็กเท่านิ้วหัวแม่มือไปจนกระทั่งหินกลมแบนขนาดเท่าฝ่ามือ บางแห่งของก้นลำธารก็มองไม่เห็นก้อนหินอย่างที่ว่าแต่กลับมองเห็นแค่เพียงผืนน้ำสีดำสนิท คุณแน่ใจว่าน้ำไม่ได้ขุ่นจนมองลงไปไม่เห็นก้นลำธาร แต่อาจเป็นไปได้ว่าแถบนั้นมีหินก้อนใหญ่ดำทะมึนอยู่ หรือไม่ระดับน้ำบริเวณนั้นก็คงจะต้องลึกมากจนมองไม่เห็นอะไร นอกจากก้อนหินในลำธารนี้ก็ยังมีใบเขียวๆ เรียวยาวของพืชน้ำที่ถูกกระแสน้ำพัดให้ลู่ไหวอยู่ตลอดเวลา ขณะที่คุณกำลังมองดูใบไม้แห้งใบหนึ่งที่ลอยปริ่มอยู่บนผิวน้ำคุณก็มองเห็นปลาตัวหนึ่งกำลังว่ายน้ำอยู่ ขนาดตัวของมันไม่ได้ใหญ่โตไปกว่าฝ่ามือของคุณ คุณเดินเข้าไปใกล้ลำธารเพื่อดูปลาตัวนั้น

-----

คุณนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน บนโต๊ะเขียนหนังสือมีโคมไฟหลอดไส้ส่องแสงสว่างจ้า นาฬิกาบนโต๊ะบอกเวลาเที่ยงคืนครึ่ง เสียงเข็มนาฬิกาเดินดังก้องกลางเวลาดึกที่เงียบสงัด คุณเริ่มรู้สึกเพลียจากการทำงาน คุณรู้สึกถึงลมหายใจหนักเหนื่อย คุณรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจแผ่วล้าที่กำลังสูบฉีดเลือดข้นหนืดให้แล่นไหลไปยังทุกส่วนของร่างกาย ตาทั้งสองข้างรู้สึกแสบระเคือง เวลาที่คุณปิดเปลือกตาก็จะรู้สึกร้อนระบมที่นัยน์ตา คุณละสายตาจากหนังสือที่กำลังอ่าน คุณกวาดสายตาไปรอบห้องที่มืดสลัว คุณรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้มองความมืดที่เย็นสบายตา คุณมองผ่านฝาผนังห้องที่รกเกะกะด้วยรูปภาพและโปสเตอร์หนังไปจนถึงตู้หนังสือ ที่ตู้หนังสือคุณมองไล่ผ่านสันหนังสือทีละเล่มไปเรื่อยจนสุดอีกด้านหนึ่งของตู้ ข้างตู้หนังสือก็ยังมีหนังสือวางระเกะระกะอยู่บนพื้นอีก สุดท้ายสายตาคุณไปหยุดอยู่ที่ประตูห้องซึ่งแง้มเปิดอยู่ ที่รอยแง้มนั้นคุณเห็นแสงสีแดงสลัวดูประหลาดตาส่องวูบวาบมาจากด้านนอกห้อง คุณอยากรู้ว่าแสงนั้นคือแสงอะไร คุณลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู คุณเปิดประตู

-----

คุณเดินผ่านพื้นที่เก่าแก่กลางซอย เก่าเหมือนกับว่าคุณกำลังเดินอยู่ในความทรงจำในวัยเด็ก รอบตัวคุณเต็มไปด้วยต้นไม้และทางเดินก็ไม่ใช่ถนนลาดยางหรือถนนปูน หากแต่เป็นพื้นดินที่ถูกอัดจนแน่นเรียบให้เดินสบายเท้า ข้างทางเดินเต็มไปด้วยร่องสวนที่ขุดไว้สลับกับแปลงปลูกต้นไม้ ร่องสวนมีขนาดกว้างไม่เกินวาสองวาและก็ยาวไม่มากนัก สวนถูกทิ้งให้รกร้าง บางแห่งมีต้นกล้วยขึ้นเป็นกอใหญ่ มีต้นมะพร้าวขนาดย่อมอยู่ประปราย มีทางมะพร้าวที่แห้งคาต้นมะพร้าวและมีลูกมะพร้าวแห้งที่ร่วงจากต้นลงมากองอยู่กระจัดกระจายตามพื้น บ้างก็ตกลงไปลอยอยู่ในท้องร่อง ในละแวกนั้นมีบ้านไม้เก่าแก่อยู่สองสามหลัง มีอยู่หลังหนึ่งที่สะดุดตาคุณคุณจึงเดินเข้าไปดู คุณแน่ใจว่าบ้านหลังนี้คงจะร้างแล้วเพราะว่าทุกอย่างดูทรุดโทรมขาดการดูแล บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ที่สร้างอย่างง่ายๆ มีใต้ถุนบ้านสูงโปร่ง ที่ใต้ถุนบ้านมีเรือไม้ที่ถูกยกขึ้นจากน้ำมาเก็บไว้นานหลายปีแล้ว มีไม้พายเรียวสวยฝีมือประนีตที่ทำจากไม้เนื้อดีวางอยู่คู่กัน จากใต้ถุนบ้านมีบันไดไม้สำหรับเดินขึ้นไปบนตัวบ้าน คุณเดินขึ้นบันได ที่ชั้นบนของบ้านมีห้องหับอยู่หลายห้อง มีอยู่ห้องหนึ่งดูท่าทางน่าจะเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้าน ประตูห้องเปิดแง้มอยู่ คุณมองลอดเข้าไปเห็นตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้อัด มีโต๊ะไม้ตัวเล็กวางข้าวของกระจุกกระจิก แสงแดดยามเย็นส่องสาดสีแดงอ่อนๆ กระทบกับข้าวของบนโต๊ะนั่นดูช่างลึกลับน่าค้นหา คุณรู้สึกสนใจใคร่รู้ คุณตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป

-----

คุณเจอตัวประหลาดตัวเล็กตัวหนึ่งยืนอยู่ที่ข้างหลังประตู มันตัวเล็กกว่าคุณ สูงไม่เกินเอวของคุณ ตัวมันเรืองแสงสีแดงจางๆ เหมือนกับก้อนถ่านไม้แดงสุก มันมีเขาสองเขาบนหัว มีหางยาวแกว่งไปมา ที่หางมีปลายแหลมเหมือนปลายศร ดูโดยรวมเหมือนกับปีศาจที่เห็นในการ์ตูนโทรทัศน์ เจ้าตัวประหลาดกำลังมองหาอะไรอยู่สักอย่าง มันไม่ได้ตกใจกลัวหรือว่าแสดงทีท่าประหลาดใจตอนที่คุณเปิดประตูออกไปพบกับมัน มันยังคงเดินวนไปมาข้างหลังบานประตู เป็นเวลากว่าชั่วอึดใจก่อนที่ตัวประหลาดสีแดงเริ่มแสดงออกว่ามันต้องการสื่อสารกับคุณ มันแหงนหน้ามองดูคุณ ดูมันสงบนิ่ง หากแต่ตอนนี้มันจ้องคุณด้วยดวงตาสีเหลืองร้อน

มันตั้งคำถาม ชีวิตคืออะไร

------

คุณเดินผ่านประตูเข้าไปในห้อง ห้องรับแขกถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม ที่ฝาผนังห้องมีรูปเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่แขวนอยู่ ที่มุมห้องหนึ่งมีตู้ไม้ที่ประดับด้วยกระจกใสมีเครื่องแก้วเจียรไนสวยหรูจัดวางอยู่เป็นชุดสวยงาม ที่อีกมุมห้องมีตู้หนังสือขนาดใหญ่ คุณเห็นหนังสือปรัชญา หนังสือสารานุกรมเล่มใหญ่หลายเล่มวางเรียงกันครบชุด ที่กลางห้องมีโต๊ะรับแขกขนาดเล็กรายล้อมด้วยเก้าอี้บุนวมท่าทางนั่งสบาย บนโต๊ะนั้นมีแก้ววิสกี้ก้นหนาวางอยู่ ในแก้วยังมีวิสกี้สีอำพันเหลือติดก้นแก้ว ทุกอย่างในห้องล้วนวางอยู่นิ่งสนิท จะมีก็เพียงที่ตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีปลาแหวกว่ายไปมา ในตู้ปลามีปลาสีขาวเผือกตัวค่อนข้างใหญ่อยู่สองสามตัว มีตัวนึงท่าทางประหลาด ดูเหมือนมันกำลังจ้องตาคุณ คุณเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูให้แน่ใจ

-----


คุณยืนมองฝาผนัง ในห้องมีเพียงแสงสลัวคุณจึงมองเห็นอะไรได้ไม่มาก ฝาผนังดูว่างเปล่า มันไม่ได้สะอาด เพียงแต่ว่างเปล่า คุณมองอยู่นาน คุณไม่ได้คิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเธอ ในหัวคุณไม่มีภาพอื่นนอกจากภาพของเธอ คุณไม่มีสมาธิ คุณได้แต่คิดวกไปวนมาถึงความทรงจำที่เกี่ยวกับเธอ คุณไม่ชอบที่คุณไม่อาจรักเธอได้ คุณรู้สึกทรมานใจที่ไม่อาจได้ครอบครองเธอ แต่คุณก็เข้าใจว่าคุณไม่ควรจะคิดมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเธอ คุณไม่ได้คิดจริงจังกับเธอและเธอเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีจริงจังอะไรเช่นเดียวกัน คุณแน่ใจว่าคุณไม่ได้รักเธอ คุณไม่อยากจะโหยไห้ทรมานให้กับคนที่คุณไม่ได้รัก คุณไม่อยากรักเธอแต่ว่าก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคุณต้องการอะไร

คุณคิดถึงคำถามต่างๆ คุณดำรงอยู่เพื่ออะไร คุณทำเพื่อใคร ชีวิตคืออะไร

-----

คุณกลายเป็นมดตัวหนึ่ง คุณกำลังเดินอยู่บนพื้นดินอุ่นชื้น รอบตัวเต็มไปด้วยต้นหญ้าและซากใบไม้แห้ง คุณเห็นกบที่ดูสง่าผ่าเผย คุณเห็นตั๊กแตนตำข้าวแขนขายาวเก้งก้าง คุณดูไม่ออกว่ามันมีหน้าตายังไง แต่ที่คุณเห็นมันคือสิ่งมีชีวิตที่น่าสมเพช หน้าตาไม่น่าพิศมัย ฟันฟางไม่มี

คุณนึกถึงปลาหลายชนิดที่ถูกจับมาขายในตลาดสด ปลาที่ถูกขังอยู่ในกะละมังพลาสติก อ้าปากเพยิบพยาบ มีฟันเรียวเล็ก ในกะละมังที่มีปลานับร้อย มีกี่ตัวที่ยังมีชีวิต มีกี่ตัวที่ไร้ชีวิต อยู่หรือเป็นคละเคล้ากันจนแยกไม่ออก ที่อยู่ก็ยังอยู่ไป ที่ตายก็ตายไป หากแต่ว่าอะไรคือความหมายของการดิ้นรนอยู่ในกะละมัง หากไม่ดิ้น ก็อาจตาย หากดิ้นก็อาจตาย หากดิ้นก็อาจอยู่รอด หากไม่ดิ้นก็อาจอยู่รอด หากอยู่รอดจะอยู่รอดเพื่ออะไร หากตายจะตายเพื่ออะไร

คุณกลายเป็นแมงมุมน้ำ คุณเดินอยู่บนผิวน้ำของลำธารใส

ปลาตัวหนึ่งกระโจนขึ้นมาเหนือผิวน้ำ มันอ้าปากกว้าง มันกลืนคุณเข้าไป