จะเขียน

29.3.06

คุณอธิบายว่ามันเป็นหนังสือแปล เขียนโดยชายคนหนึ่งซึ่งรอนแรมท่องเที่ยวไปตามชนบทป่าเขาเพื่อที่จะค้นหาสถานที่ที่เรียกว่าขุนเขาแห่งจิตวิญญาณ

จริงเหรอ?

คุณพูดต่อ คุณเล่าว่า ดูเหมือนกับว่าที่ชายคนนั้นตัดสินใจออกเดินทางก็เพราะหมอตรวจอาการป่วยของเขาแล้ววินิจฉัยว่าเขาจะต้องตายด้วยโรคมะเร็งในเวลาไม่กี่เดือน เขาจึงออกเดินทางไกล พบปะผู้คน แลกเปลี่ยนเรื่องเรื่องราวและบทสนทนา เขาชอบเล่าเรื่อง ในหนังสือของเขามักจะมีเรื่องเล่าปรัมปรา นิทานพื้นบ้าน เพลงโบราณ มีอยู่เพลงหนึ่งที่คุณเพิ่งจะอ่านไปเมื่อสักครู่ เป็นเพลงที่เขาได้ฟังจากพ่อเพลงที่เป็นชาวเขา คุณบอกว่าคุณจะอ่านให้ฟัง

เมื่อจันทราส่องแสงนวล
จงอย่าจุดคบเพลิงส่องทาง
ถ้าคุณจุดคบเพลิงส่องทาง
จันทร์เจ้าคงเศร้าใจ

เมื่อต้นผักออกดอกบานสะพรั่ง
จงอย่าถือตะกร้าเก็บดอกไม้ไปในสวน
ถ้าคุณถือตะกร้าออกไปตัดดอกไม้ในสวน
ต้นผักเจ้าคงเศร้าใจ

ถ้าคุณให้คำสัญญาไว้กับหญิงสาวที่รักคุณ
จงอย่าเกี้ยวหญิงอื่น
ถ้าคุณพูดจาเกี้ยวหญิงอื่น
สาวเจ้าคงเศร้าใจ

คุณบอกว่าคุณนึกถึงเพลงเพลงหนึ่งที่คุณได้ยินบ่อยสมัยที่คุณเป็นเด็ก คุณชอบเสียงร้องกินใจของนักร้องคนนั้น คุณนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาก็เพราะคุณรู้สึกว่ามันสื่อความคิดคล้ายกับเพลงของพ่อเพลงชาวเขานั่น เพลงร้องว่า

ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง
ซึ่งคุณเคยบอกว่ารัก รัก รัก ยิ่งนัก
ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง
ซึ่งคุณสมัคร เป็นทาสดวงใจ
เพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองตลิ่ง
อกคุณแอบอิง อกหญิงคนไหน
ยังชมว่าสวย เหมือนดังเดือนผ่อง
เผ้าปองรักใคร่ จำได้ไหมคุณ
คุณชมดวงตา ว่าสุกเหมือนดาว
คุณชมผิวสาว ว่าขาวเหมือนนุ่น
คุณชมกลิ่นแก้ม ว่าหอมละมุน
ซ้ำชมว่าอุ่น ยามหนุนอุรา
ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง
ซึ่งคุณเคยบอกว่ารัก รัก รัก เท่าฟ้า
ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง
ซึ่งคุณเพ้อว่า เป็นยอดบูชาของคุณ

คุณบอกว่าเพลงแบบนี้ดูเหมือนจะมีเนื้อหาเรียบง่ายธรรมดาหากแต่เต็มไปด้วยความคิดละเมียดละไม เพลงมักจะเล่าเรื่องราวของผู้คนโดยใช้คำที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา เพลงเก่าพวกนี้มักจะเน้นการอธิบายความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอ่อนไหว และท่วงทำนองโหยเอื้อนก็ถูกขับกล่อมออกมาจากอารมณ์ความรู้สึกของนักร้อง สะอาดสวยงามแต่ก็เหงาวังเวง

เศร้าจังเลย เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นที่ฟังสบายใจกว่านี้กันดีกว่า

คุณพยักหน้ารับ