จะเขียน

12.3.05

คุณและเธอกำลังเดินอยู่บนถนนเส้นเล็กกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน เธอบอกว่าเธอชอบเดินเล่นบริเวณศูนย์กลางเมืองในวันที่อากาศดีแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นวันหยุดที่มีผู้คนออกมาเดินเล่นกันมากมายเธอจะชอบมากเป็นพิเศษ เธอชอบมองดูแม่ที่เดินจูงมือลูกตัวน้อยที่กำลังร้องไห้งอแง เธอชอบดูคุณตาคุณยายที่ถือไม้เท้าออกมาเดินเล่นไปด้วยกันเนิบนาบเชื่องช้า เธอชอบฟังเสียงเพลงของนักดนตรีพเนจรที่เล่นเครื่องดนตรีคู่ใจด้วยความดื่มด่ำอยู่บนสนามหญ้าในสวนสาธารณะกลางเมือง สรุปได้ว่าเธอชอบที่จะอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมา เธอว่ามันดูมีชีวิตชีวาดี เวลาที่มีคนออกมาเดินเยอะแยะแบบนี้เมืองก็จะดูคล้ายกับสวนสนุกย่อมๆ เลยทีเดียว

คุณว่าเธอชอบอะไรแปลกๆ แต่ก็เป็นความชอบที่น่าสนใจดี

เธอมองไปมารอบๆ แล้วก็หัวเราะคิกคักพร้อมกับชี้ให้คุณดูรถจักรยานคันหนึ่งที่มีเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ติดอยู่ที่ล้อหลังซึ่งทำให้เกิดเสียงแปลกๆ เวลาที่ล้อรถหมุน เธอแวะอ่านพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่หน้าร้านขายหนังสือแต่ก็ไม่ได้ซื้อหนังสือพิมพ์เล่มไหนมาอ่านต่อ เธอขอให้คุณหยุดตอนที่เดินมาถึงหน้าร้านขายรองเท้า เธอมองดูรองเท้าสามสี่คู่ได้สักพักแล้วจู่ๆ ก็บอกคุณว่าเธอเคยฝันอยากจะมีร้านขายรองเท้าเป็นของตัวเอง แล้วทุกวันเธอจะได้ลองรองเท้าใหม่ๆ ไม่ซ้ำกัน หรือแต่ก่อนเธอก็เคยฝันอยากจะมีร้านขายหนังสือเป็นของตัวเองเพื่อที่จะได้มีหนังสือใหม่ๆ อ่านทุกวัน เธอคิดว่าเจ้าของร้านหนังสือและร้านขายรองเท้าตัวจริงคงจะมีชีวิตประจำวันที่มีความสุขไม่ใช่น้อย

คุณไม่ได้พูดอะไรตอบ ได้แต่เดินตามเธอไปเรื่อยๆ

เธอพาคุณเดินมาถึงหน้าแผงขายผลไม้แห่งหนึ่งในตลาดสดกลางเมือง เธอถามคุณว่าคุณอยากกินส้มมั้ย หรือว่าคุณอยากจะกินผลไม้อย่างอื่น คุณบอกว่าคุณอยากจะได้กล้วยสักหนึ่งหวี เธอว่านั่นมันเยอะเกินไปสำหรับคุณ เธอหันไปเจรจาซื้อขายกับคนขายผลไม้อยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายได้ส้มและกล้วยมาอย่างละหนึ่งลูก เธอส่งกล้วยให้คุณแล้วจึงเริ่มปอกส้มลูกเล็กจิ๋วนั้นเข้าปากกินอย่างอารมณ์ดี

เธอพาคุณมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านขายขนม ที่หน้าร้านนั้นมีตู้แสดงของที่มีขนมมากมายวางเรียงไว้สวยงามน่ากิน คุณบอกว่ายังไงก็จะไม่ซื้อขนมให้เธอหรอก เธอไม่ว่าอะไร ได้แต่ทำตาละห้อยจ้องมองขนมในตู้นั้นพร้อมกับส่งเสียงอื้ออ้าอยู่ในลำคอเหมือนเด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้น คุณบอกเธอว่าบางครั้งเธอนี่ก็ดูตลกไม่ใช่เล่น เธอหันมาทำหน้าตาล้อเลียนกวนประสาทแล้วก็ยังคงทำเสียงอื้ออ้าเหมือนเด็กเล็กไม่หยุด น่าตีนัก ก็ลองตีดูสิ! จะไม่ซื้อขนมให้จริงเหรอ ก็เพิ่งจะกินส้มไปไม่ใช่รึ? เธอทำหน้างอ แต่แล้วเธอก็พาคุณเดินต่อไป คุณได้แต่อมยิ้ม แล้วก็เดินคู่ไปกับเธอด้วยความเพลิดเพลินใจ

5.3.05

กลับหัว

ผมเปิดหน้าต่างห้องออกกว้างเพราะความสวยงามยามเช้าตรู่ของวันใหม่ที่กำลังเรียกร้องเชิญชวนอยู่ข้างนอก จากหน้าต่างห้องบนชั้นที่สองของบ้านผมสามารถมองเห็นสวนข้างบ้านได้ทั้งหมด ในสวนมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ที่โคนต้นไม้นั่นมีแสงแดดอ่อนๆ ส่องทะลุลงไปจนถึงพื้นหญ้าที่หนาเข้มคล้ายพรมหนา แดดส่องลงไปยังบริเวณนั้นทำให้บริเวณโคนตันไม้นั้นดูเด่นชวนให้มอง ช่างเหมือนฉากของละครเวทีที่จัดไว้อย่างประณีตสำหรับให้นักแสดงเอกลงไปนั่งปรากฏตัว

ผมอยากใช้กล้องถ่ายภาพบันทึกภาพข้างหน้านี้ แบบกลับหัว หมายถึงว่าผมนี่แหละ จะกลับหัว ตีลังกา แล้วถ่ายรูปตอนที่กลับหัวอยู่อย่างนั้น

แต่ถ้าผมถ่ายภาพนี้แบบกลับหัว โดยการกลับหัวตัวเองแล้วถ่ายรูปอย่างที่อธิบายไป หรือโดยการกลับแต่ตัวกล้องแล้วถ่ายรูป เมื่อล้างรูปออกมา และเมื่อรูปน้น ถูกส่งไปให้ใครสักคนดู

รูปใบนั้นก็คงถูกกลับหัวให้ดูออกอยู่ดี

คนเรามักจะชอบ ทำ ให้สิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างที่ต้องการให้มันเป็น ห้องรกถูกจัดให้สะอาด ห้องสีขาวถูกทาสีใหม่ให้เป็นสีแดง คำผิดต้องแก้ให้ถูกต้องตามแบบแผน กระถางต้นไม้ที่เอียงล้มก็จับตั้งตรง คนต้องเดินสองขา หมาต้องเดินสี่ขา นกต้องบินอยู่ในอากาศ ปลาต้องอยู่ในน้ำ

ครั้งหนึ่งผมเคยไปเยี่ยมผู้ใหญ่คนนึง เดินเล่นในบ้านท่าน แล้วยืนหยุดมองรูปวาดรูปหนึ่ง รูปวาดสีน้ำในกรอบกระจกที่ถูกแขวนไว้บนฝาผนัง ผมดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร แต่ก็คิดไปว่ารูปนี้สวยดี เหลือบไปเห็นลายเซ็นของคนวาดรูป อยู่ด้านมุมบนซ้ายมือ ตัวอักษรกลับหัว แปลกมาก ปรกติจิตรกรมักจะลงชื่อตนไว้ที่มุมล่างขวาของภาพ แต่นี่กลับอยู่ด้านบนซ้าย แถมชื่อก็ดูแปลก อ่านไม่ออก เหมือนว่าชื่อนั้นกลับหัวอยู่ ผมถอยห่างออกมาจากภาพแล้วดูรูปภาพนั้นอีกครั้ง

รูปนี้ถูกแขวนกลับหัว

ผู้ใหญ่เจ้าของบ้านเดินมา ผมบอกท่านว่ารูปนี้ถูกติดกลับหัว ท่านยืนมองสักพัก แล้วก็หัวเราะออกมา ท่านบอกว่า จริงด้วย มันถูกติดกลับหัว

แล้วรูปนั้นก็ถูกกลับด้านซะใหม่ให้ไม่กลับหัว

ผมไม่แน่ใจว่า อย่างไหนดีกว่ากัน