จะเขียน

19.2.05

การเดิน ป่า หมอก นิทาน

คุณกำลังเดินอยู่บนทางเดินคนเดียว เวลาดึกมากและท้องฟ้าก็มืดแล้ว อากาศหนาวและหมอกเริ่มลงจัด คุณมองดูนาฬิกาข้อมือ อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาเที่ยงคืน หมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้ไม่ใช่เมืองใหญ่จึงไม่น่าแปลกที่เวลาดึกขนาดนี้จะไม่มีใครเดินอยู่อีกแล้วนอกจากคุณ ทางเดินเส้นเล็กที่คุณกำลังเดินอยู่เงียบสนิทเสียจนคุณได้ยินเสียงฝีเท้าของคุณดังชัดเจน ถ้าหากคุณหยุดนิ่งไม่ขยับตัวก็จะไม่มีเสียงอะไรอื่นอีก แสงสว่างจากโคมไฟริมทางมีน้อยมากเพียงพอให้เห็นทางเดินได้แค่ลางๆ โชคยังดีที่คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงมีพระจันทร์ช่วยส่องแสงนวลให้ได้เห็นทางเดินและทิวทัศน์ชานเมืองซึ่งเป็นท้องทุ่งท้องนาเวิ้งว้าง แต่ในทุ่งกว้างก็มีแค่เพียงความว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตา

คุณเดินมาจนสุดปลายทางเดิน คุณหยุดมองดูแสงสว่างจากโคมไฟที่อยู่บนเสาไฟฟ้าต้นสุดท้ายที่ตรงสุดทางเดิน แสงสว่างจากหลอดไฟทำให้คุณมองเห็นน้ำค้างที่กำลังโปรยลงมา คุณชอบมองโคมไฟที่ส่องแสงนวลสวยฉ่ำตาในยามค่ำคืนแบบนี้ คุณคิดว่าโคมไฟที่ส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืดที่เงียบเหงาเพียงลำพังนั้นช่างโดดเดี่ยวนัก หากแต่โคมไฟก็ยังคงยืนนิ่งเด่นอยู่เช่นนั้น คอยส่องแสงให้ความสว่างไสวและกระจายความอบอุ่นแก่ทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง เปรียบเสมือนผู้ให้ที่ไม่เคยหวังผลตอบแทนใดๆ ยามที่ยังส่องแสงได้ผู้คนต่างก็อาศัยแสงสว่างจากเจ้าโดยไม่สนใจใยดีถึงตัวตนและความเป็นอยู่ของโคมไฟ ตราบจนโคมไฟนั้นหมดแสงสว่างลงเท่านั้นผู้คนจึงจะรู้สึกถึงสิ่งที่ขาดหายไป แต่โคมไฟหรือจะเรียกร้องสิ่งใด ก็คงได้แค่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ให้แสงสว่างไปจนวาระสุดท้ายเช่นนั้นเอง

สุดจากทางเดินตรงนี้ไปก็เป็นชายป่า จากนี้ไปคุณจะต้องเดินผ่านป่าเพื่อที่จะทะลุไปยังอีกฟากหนึ่งของเมือง ที่บริเวณปากทางเข้าป่ามีหินขนาดใหญ่ประมาณสองคนโอบและสูงราวสามสี่เมตรอยู่ก้อนนึง ก้อนหินนั้นเมื่อดูไปแล้วก็มีรูปร่างคล้ายกับสิ่งมีชีวิตอะไรสักอย่าง จะว่าเหมือนกับมนุษย์ยักษ์ตัวย่อมๆ ก็ว่าได้ คุณนึกถึงเรื่องเล่าปรัมปราของชาวสแกนดิเนเวียที่เล่าเกี่ยวกับยักษ์ที่อาศัยอยู่ในป่าหรือที่เรียกว่าโทรลล์ มักจะเล่ากันว่าโทรลล์อาศัยอยู่ในป่าลึก มีนิสัยดุร้ายเจ้าอารมณ์ กินสัตว์ป่าและก็กินมนุษย์เป็นอาหาร บ้างก็เล่าว่าโทรลล์อาจจะถูกฆ่าให้ตายได้หากมันเผลอบอกชื่อของตนออกไป บ้างก็ว่าหากโทรลล์ถูกแสงแดดก็จะแข็งกลายเป็นก้อนหิน คุณคิดว่าบางทีหินก้อนใหญ่ที่ปากทางเข้าป่าก้อนนี้อาจจะเป็นโทรลล์ที่โดนแสงแดดต้องตัวจนแข็งกลายเป็นหินไปก็เป็นได้

คุณเริ่มเดินเข้าป่าโดยไม่ลังเล ทางเดินในป่าไม่มีโคมไฟและต้นไม้ทึบสองข้างทางก็ทำให้ข้างในป่ายิ่งมืดกว่าทางเดินที่คุณเพิ่งเดินผ่านมา แต่คุณก็เดินไปโดยไม่กลัวว่าจะหลงทางแต่อย่างใด คุณรู้จักทางเดินในป่าแถบนี้ดีเพราะว่าคุณเคยเข้ามาเดินเล่นบ่อยๆ คุณรู้ว่าควรจะเดินไปทางไหนจึงจะใช้เวลาน้อยที่สุดเพื่อที่จะทะลุออกไปยังชายป่าอีกด้านหนึ่ง เมื่อเดินไปได้สักพักก็สายตาของคุณก็เริ่มชินกับความมืดและเริ่มมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบทางเดินได้ลางๆ

ป่าแถบนี้อุดมสมบูรณ์มาก หากใครเดินหลบแดดฤดูร้อนเข้ามาในใจกลางป่าก็จะรู้สึกความเย็นชุ่มของธรรมชาติป่าที่สมบูรณ์ คุณเข้ามาในป่านี้บ่อยๆ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ บางครั้งคุณก็ใช้เวลาอยู่ในป่านี้นาน ในป่าสงบเงียบ คุณรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้อยู่คนเดียวห่างไกลจากความวุ่นวายของเมือง คุณชอบเดินเล่นอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่ขึ้นเบียดเสียดกันหนาแน่น คุณชอบแหงนมองดูแสงแดดที่ส่องทะลุผ่านชั้นใบไม้หนาลงมาดูเป็นลำเรียวสวย คุณชอบนั่งพักเหนื่อยและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หอมไปด้วยกลิ่นต้นไม้และกลิ่นผืนดินชอุ่ม คุณชอบขึ้นไปยังยอดเขาสูงในป่าเพื่อมองดูเมืองที่อยู่ไกลออกไปเบื้องล่าง คุณอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าสักวันหนึ่งเขตเมืองก็คงจะขยายมาจนถึงป่านี้ และในอนาคตก็คงหาที่สงบเงียบอย่างนี้ไม่ได้อีก

คุณยังคงเดินต่อไปท่ามกลางความมืด หมอกที่ลงจัดทำให้เห็นทางเดินข้างหน้าได้ไม่เกินระยะสิบก้าว คุณคิดว่านี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่ใช่น้อย ทัศนวิสัยที่แย่เช่นนี้ทำให้ยากที่จะคาดเดาได้ว่ามีอะไรรอคอยอยู่เบื้องหน้าบ้าง คุณเริ่มได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากป่าลึกที่อยู่ไกลออกไปทางด้านข้าง มีเรื่องเล่าพิศดารหลายเรื่องเกี่ยวกับอันตรายต่างๆ ในป่าที่คุณเคยได้ยินมาจากคนในหมู่บ้าน มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คุณจำได้แม่น เรื่องมีอยู่ว่า นานมาแล้วมีครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งมีแม่ผู้แก่ชราและลูกชายสองคน ลูกคนโตเป็นคนดีขยันทำงาน ส่วนลูกคนเล็กเป็นคนขี้เกียจและไม่เคยช่วยทำงานใดๆ เลย วันหนึ่งผู้เป็นแม่เกิดป่วยหนัก จึงวานให้ลูกทั้งสองไปเก็บสมุนไพรจากในป่าลึกมาให้เพื่อใช้รักษาโรค พร้อมทั้งกำชับนักหนาว่าให้ทั้งสองคนดูแลซึ่งกันและกันให้ดีเพราะว่าในป่าลึกนั้นมีผีร้ายอยู่ ลูกคนเล็กเกียจคร้านและหาได้มีความกตัญญูต่อมารดาจึงปล่อยให้พี่คนโตเดินทางไปเพียงลำพัง ฝ่ายพี่คนโตก็ไม่ได้ย่อท้อ เดินทางบุกเข้าไปยังป่าลึกจนพบสมุนไพร แต่ขณะที่เดินทางกลับบ้านก็มืดแล้วและหมอกก็ลงจัดจึงทำให้หลงทาง ขณะที่หาทางกลับอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังมาจากเหวลึก เมื่อลองฟังดูจึงรู้ว่า เป็นเสียงขอความช่วยเหลือจากผีป่าตนนึง ผีตนนั้นได้รับความทรมานเนื่องจากบาดแผล พุพองและร้องเรียกขอความช่วยเหลือดังโหยหวนน่ากลัวนัก ฝ่ายชายหนุ่มมีใจเมตตาจึงไต่ลงไปที่ก้นเหว และแบ่งยาสมุนไพรที่ตนเก็บมาให้ผีตนนั้นเพื่อบรรเทาความปวดพร้อมทั้งช่วยทำความสะอาดแผลให้เป็นอย่างดีโดยไม่คิดรังเกียจ ผีตนนั้นเห็นว่าชายหนุ่มเป็นคนดี จึงตอบแทนด้วยแก้วแหวนเงินทองมากมายรวมทั้งบอกทางออกจากป่าลึกให้ ชายหนุ่มจึงรีบเดินทางกลับบ้านและใช้ยารักษาแม่ของตนจนหายดีขึ้น ฝ่ายแม่เมื่อเห็นว่า ลูกปลอดภัยดีและมีสมบัติกลับมาดังนั้นก็ดีใจจึงกล่าวอวยพรชื่นชม ลูกคนเล็กเมื่อเห็นผู้เป็นพี่ ได้แก้วแหวนเงินทองมาก็เกิดความโลภอยากจะได้สมบัติบ้าง จึงออกเดินทางเข้าป่าลึกบ้าง พอตกกลางคืนก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนมาจากก้นเหว เมื่อรู้ว่าเป็นเสียงขอความช่วยเหลือจากผีป่าจึงรีบไต่ลงไปที่ก้นเหว แต่เมื่อพบว่าผีตนนั้นช่างอัปลักษณ์เต็มไปด้วยแผลพุพองที่น่าเกลียดขยะแขยงจึงได้แต่ช่วยด้วยความไม่เต็มใจ บำบัดบาดแผลให้อย่างเสียมิได้จึงกลับทำให้ผีตนนั้นเจ็บทรมานขึ้นกว่าเก่า เมื่อเสร็จแล้วชายหนุ่มกลับขอทรัพย์สมบัติเป็นของตอบแทนอีก ผีตนนั้นเห็นว่าชายหนุ่มเป็นคนเห็นแก่ได้และไม่ได้มีใจคิดช่วยตนจริงจัง จึงบีบคอชายหนุ่มจนสิ้นใจตายอยู่ที่ก้นเหวนั้นเอง

หมอกลงจัดขึ้นกว่าเก่า คุณเดินต่อไปโดยมีเพียงแสงจันทร์ส่องนำทาง ลมหายใจเริ่มหนักขึ้นด้วยความเหนื่อย คุณรู้สึกได้ว่าน้ำค้างกำลังโปรยลงมาหนักขึ้นและปะทะกับใบหน้าคุณจนเปียกชื้น คุณกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นขึ้น ซุกมือไว้ในกระเป๋ากางเกงเพื่อให้รู้สึกอุ่นแล้วจึงเดินต่อไป