จะเขียน

25.11.04

เธอว่าเธอเบื่อหน่ายความรักเต็มที ทุกครั้งที่เธอรัก เรื่องมักจะจบลงด้วยความเจ็บปวดไปซะทุกครั้ง

คุณว่าเธอนี่ช่างโชคไม่ดีเอาซะเลย

เธอบอกว่าเธอเริ่มคุ้นเคยกับความเจ็บปวดและเริ่มที่จะชอบความเศร้า เธอว่าบางครั้งมันก็ดีเหมือนกันที่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดโศกเศร้าเสียบ้าง

คุณว่าเธอบ้าไปแล้ว

ไม่หรอก ทุกคนมีความเศร้า เธอเองก็เศร้า แม้แต่ตัวคุณเองก็เศร้า เธอรู้ว่าคุณเศร้าเพราะว่าเธอแอบสังเกตคุณเวลาที่คุณยืนเงียบเหม่อมองไปนอกหน้าต่างนานๆ หรือเวลาที่คุณนั่งเขียนหนังสือคนเดียวตอนกลางคืน หรืออย่างเวลาที่คุณเดินไปรอบๆ ทะเลสาบกับเธอ ในความเงียบ เธอรู้สึกได้ถึงความเศร้าลึกในใจคุณ

คุณว่าเธอนี่ร้ายนัก เที่ยวสังเกตคนอื่นไปซะทั่ว

เธอว่าแต่ก่อนนี้เธอชอบสังเกตคนที่อยู่รอบๆ ตัวเธอ เธอมีตาที่แหลมคม สามารถมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนได้ บางครั้งเธอก็อ่านใจคนได้ แต่ว่าตอนนี้เธอเบื่อแล้ว เธอรู้สึกเหนื่อยกับการคอยอ่านนิสัยใจคอผู้คน ผู้คนเข้าใจได้ยากเกินไป มีแต่ความสับสน เปลี่ยนแปลง วุ่นวาย

คุณว่าโลกก็เป็นอย่างนี้ มีแต่ความไม่แน่นอน บางครั้งคุณเองก็อยากหนีไปไกลๆ ไปยังที่ที่ไม่มีผู้คน

เธอว่าเธอเกลียดโลกใบนี้ เกลียดสังคมที่เธอต้องทนอยู่ สังคมที่มีแต่ความน่ารังเกียจ ความเห็นแก่ได้ของคนโลภ สังคมที่ผู้คนแข็งกระด้าง แต่ที่เธอทนอยู่ได้ก็เพราะความฝัน ปัจจุบันเธอจมอยู่แต่ในความคิดฝันของตัวเอง เธอกีดกันโลกอันโหดร้ายไว้ด้วยขอบเขตที่กว้างไกลของจินตนาการ มันเป็นเรื่องง่ายๆ มีเพียงโลกภายนอกกับตัวเธอ และในตัวเธอก็มีเพียงความฝันเพ้อเจ้อสับสน หากจะมองหาความจริงที่น่าชื่นใจก็คงไม่เจอแม้แต่น้อย หาได้ก็แต่เพียงความสุขชั่วครั้งชั่วคราวจากความฝันจอมปลอม

คุณว่าเธอเป็นคนช่างฝัน

เธอถามว่าคุณฝันถึงอะไรบ้าง

คุณว่าคุณฝันถึงแต่เรื่องที่ดี คุณฝันอยากจะให้คนที่คุณรักทุกคนมีความสุข

เธอว่านั่นมันดีเกินจริง เธอไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างคุณจะเป็นคนใจบุญขนาดนั้น

คุณบอกว่า คุณฝันอยากให้ตัวคุณเองมีความสุขมากๆ

นั่นไง คุณมันช่างเห็นแก่ตัว

คุณว่าคนทุกคนก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น

เธอบอกว่าเธอชอบที่จะฝันถึงความรัก การมีอนาคตที่มีแต่ความสุข

คุณบอกว่าความรักเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความรักไม่ใช่สิ่งที่สามารถสร้างหรือตระเตรียมกันได้เหมือนกับอนาคตที่มีแต่ความสุข

ก็ใช่ เธอจึงต้องเตรียมใจให้พร้อมกับชีวิตในอนาคตที่ปราศจากความรัก

คุณว่าเธอช่างมองโลกแต่ในแง่ร้าย

เธอว่าเธอเพียงแค่มองโลกตามความเป็นจริง

The Dreamers

"... and you, Markus, you have given me many things; now I shall give you this good advice. Be many people. Give up the game of being always Marcus Cocoza. You have worried too much about Marcus Cocoza, so that you have been really his slave and prisoner. You have not done anything without first considering how it would affect Marcus Cocoza's happiness and prestige. You were always much afraid that Marcus might do a stupid thing, or be bored. What would it really have mattered? All over the world people are doing stupid things ... I should like you to be easy, your little heart to be light again. You must from now, be more than one, many people, as much as you can think of ..."

Karen Blixen, The Dreamers

21.11.04

เสียง

ผมชอบเสียงคลื่นซัดหาดทราย ชอบเสียงเม็ดฝนที่โปรยลงกระทบหลังคาสังกะสี ชอบเสียงแมวกรน ชอบเสียงหัวปากกาโลหะที่ถูกลากไปบนกระดาษหยาบ ผมชอบเสียงเพลงเดี่ยวเชลโล่ของบาค ชอบเสียงเล่นโน๊ตเปียโนสามตัวของเพลงมูนไลท์โซนาต้าที่แสนเศร้าระทม ชอบเสียงโทรทัศน์ที่ดังเบาๆ ในเช้าวันหยุดตอนที่ยังนอนขี้เกียจอยู่บนเตียงอุ่น ชอบเสียงเครื่องซักผ้าที่หมุ่นปั่นซักผ้าเบาๆ ผมชอบเสียงน้ำปริ่มโอ่งดินที่กำลังกระเพื่อมกระทบกับผนังโอ่ง ชอบเสียงพูดที่ดังก้องสะท้อนไปมาในถ้ำกว้าง ชอบเสียงเพลงคลาสสิคจากกล่องดนตรีไขลานใบจิ๋ว ผมชอบเสียงเครื่องยนต์รถอีแต๋นที่วิ่งช้าอย่างใจเย็นผ่านศาลาที่พักริมทางตามต่างจังหวัด ชอบเสียงชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูปโบราณ ชอบเสียงผิวปากของตัวเองเวลาอยู่ในห้องโถงกว้าง ผมชอบเสียงเครื่องตัดผมไฟฟ้าที่ดังหึ่มเวลาตัดผมอยู่ในร้านที่ติดเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย ชอบเสียงไม้ขีดไฟที่ถูกจุดติดขึ้น ชอบเสียงฟองอากาศบุ๋งๆ ของเครื่องปั๊มเติมอากาศที่ใช้ในตู้ปลา ผมชอบเสียงวัวเคี้ยวหญ้า ชอบเสียงล้อรถไฟกระทบรางเป็นจังหวะหนักแน่น ชอบเสียงลูกบาสเก็ตบอลที่ดังซวบตอนที่ทำสามแต้มได้จากการโยนระยะไกล ชอบเสียงหัวเราะของเด็กเล็กไร้เดียงสา ชอบเสียงใบไม้แห้งนับพันที่ร่วงลงมาจากต้นไม้และกลิ้งไปบนพื้นตามแรงลมในต้นฤดูหนาว ผมชอบเสียงเพลงไทยเดิมที่ลอยตามลมมาจากที่ไกลๆ


ผมไม่ชอบเสียงลมพายุพัดโหยหวนหวีดหวิว ไม่ชอบเสียงคนส่งเสียงโวยวายทะเลาะขัดแย้ง ไม่ชอบเสียงแก้วแตก ไม่ชอบเสียงตุ๊บๆ ในขมับเวลาที่ปวดหัวเจียนตาย ไม่ชอบเสียงวิ๊งๆ ที่ดังอยู่ในหัวเวลาอยู่ในที่เงียบมากๆ ผมไม่ชอบเสียงคนกระซิบกระซาบให้ร้ายนินทา ไม่ชอบเสียงร้องแหลมของนักร้องเพลงโอเปร่าที่ฟังดูน่าทรมานกล่องเสียง ไม่ชอบเสียงสะอื้นเศร้าเวลาบอกลาคนที่รักผูกพัน ผมไม่ชอบเสียงแตรรถบรรทุก ไม่ชอบเสียงหวีดของไอน้ำเดือดจากพวยกาต้มน้ำที่ตั้งไว้บนเตาไฟร้อน ผมไม่ชอบเสียงลูกโป่งแตก ไม่ชอบเสียงเศษเหรียญในกระเป๋ากางเกงที่กระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งเวลาเดิน ไม่ชอบเสียงนาฬิกาปลุกที่ผมเป็นคนตั้งเวลาปลุกไว้ให้ดังตอนเช้าตรู่ ไม่ชอบเสียงปิดประตูกระแทกดัง ไม่ชอบเสียงกระจกบานใหญ่ของหน้าต่างบ้านที่สั่นกระพือเวลารถบรรทุกคันใหญ่วิ่งผ่านใกล้บ้าน ผมไม่ชอบเสียงสัญญาณดังถี่ที่บอกว่าสายโทรศัพท์ไม่ว่าง ผมไม่ชอบเสียงเลื่อยไฟฟ้าตัดเหล็ก ไม่ชอบเสียงเป่าแผ่นพลาสติกห่อลูกอมที่ดังแหลมแสบหู ไม่ชอบเสียงฟืนไม้ดิบที่แตกประทุในกองไฟกลางแจ้งในฤดูหนาวแล้ง


ผมชอบเสียงที่ได้ยินเวลาแนบหูกับแผ่นหลังของคนที่กำลังพูดอยู่ ชอบเสียงสะบัดผ้าห่มผืนโต ผมชอบเสียงก้อนหินที่ถูกขว้างลงบ่อน้ำดังตุ๋ม! ชอบเสียงครื้นเครงของบรรดาแม่ครัวที่ช่วยกันทำครัวประกอบอาหารอย่างสนุกสนานในโรงครัวใหญ่เวลาที่มีงานตามวัดบ้านนอก ผมชอบเสียงดีดไม้บรรทัดพลาสติกหนาที่ถูกกดปลายด้านหนึ่งไว้แน่นกับขอบโต๊ะ ชอบเสียงคนนับร้อยที่ตะโกนกระหึ่มดีใจพร้อมกันในสนามฟุตบอลเวลาที่นักเตะทำประตูได้ ชอบเสียงบิ๋มๆๆๆ ของฟองอากาศที่ดังเวลารินน้ำออกจากขวดแก้วปากเล็กเร็วๆ ผมชอบเสียงที่ได้ยินเวลาดำน้ำอยู่ที่ก้นสระว่ายน้ำ ผมชอบเสียงจั๊กจั่นนับร้อยที่ร้องเสียงดังอยู่บนต้นมะม่วงในสวนตอนหัวค่ำ ผมชอบเสียงดังซ่า ซ่าเวลาที่หมุนหาคลื่นวิทยุ ผมชอบเสียงเครื่องกรอเทปหมุนทำงาน ชอบเสียงใบพายของไม้พายที่ถูกค่อยบรรจงแหวกแผ่นน้ำนิ่งในคลองเงียบเวลาเช้าตรู่ ชอบเสียงพลิกหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ ชอบเสียงรองเท้าเด็กฝังลูกยางที่ดังปิ๊บๆ เวลาเด็กเดิน ผมชอบเสียงเครื่องถ่ายเอกสารที่เริ่มทำงานตั้งแต่กดปุ่มสั่งจนเสร็จกระบวนการทำสำเนา ผมชอบเสียงเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ ชอบเสียงตรายางที่ประทับลงบนเอกสารต่างๆ ที่ได้รับการรับรองถูกต้อง ชอบเสียงหวูดต่ำเวลาเป่าปากขวดแก้วใบใหญ่ ผมชอบเสียงหมาเวลาที่พวกมันหายใจแฮ่กๆ ด้วยความลิงโลดดีใจ ผมชอบเสียงเพลงรักหวานซึ้งที่เล่นด้วยขลุ่ยไม้ ผมชอบเสียงน้ำตกที่ฟังดูหนักแน่นสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง ผมชอบเสียงไม้สักที่ถูกไสแต่งผิวหน้าให้เรียบด้วยกบไสไม้โบราณ ชอบเสียงค้อนเหล็กเนื้อดีที่หวดโดนตะปูด้วยความแม่นยำ ชอบเสียงนกดูเหว่าที่ร้องก้องสวนทุเรียนกว้าง ชอบเสียงแปลกๆ ที่ได้ยินเวลาเอาแก้วก้นลึกหรือเปลือกหอยทะเลใบใหญ่แนบหู ชอบเสียงใบไผ่ของกอไผ่ขนาดใหญ่ที่กำลังพริ้วลมเล่น ชอบเสียงพัดลมตั้งโต๊ะที่ดังหึ่มๆ ในคืนฤดูร้อน

ผมไม่ชอบเสียงบ่นกระทบกระแทกของคนแก่อารมณ์เสีย ไม่ชอบเสียงต้นไม้ใหญ่ที่ถูกโค่นที่กำลังฉีกล้มหักลงกระแทกพื้นดิน ไม่ชอบเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินดังในห้องเงียบกริบ ผมไม่ชอบเสียงครืดคราดเวลาขึ้นลิฟต์ที่ปิดทึบ ไม่ชอบเสียงประกาศเรียกผู้โดยสารขาออกให้ไปขึ้นเครื่องบินเวลาต้องเดินทางจากไปไกลบ้าน ไม่ชอบเสียงห้ามล้อของรถไฟที่เข้าจอดชานชาลาด้วยความรีบร้อน ผมไม่ชอบเสียงเครื่องปั่นน้ำผลไม้ของร้านกาแฟหน้าปากซอย ไม่ชอบเสียงรถมอเตอร์ไซค์เวลาที่เตะสตาร์ทแล้วเครื่องไม่ติด ไม่ชอบเสียงหมาร้องโหยหวนเวลาที่มันเจ็บเพราะถูกรังแก ผมไม่ชอบเสียงหวี่ๆ ของยุงดูดเลือดที่บินวนเวียนน่ารำคาญอยู่ข้างหูในความมืดหลังจากที่ปิดไฟนอนไปแล้ว