จะเขียน

5.6.05

ผมไม่เคยดูหนังในโรงหนังตอนเช้าวันอาทิตย์ ถึงแม้ว่าการไปดูหนังในตอนเช้าวันอาทิตย์จะฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตจริงๆ บางครั้งก็ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องธรรมดาที่อาจจะเคยทำมาแล้วนับร้อยนับพันครั้งในชีวิตอาจกลับกลายเป็นเรื่องใหม่เมื่อมันเกิดขึ้นในเวลาที่แปลกไปจากปรกติ อย่างเช่นเมื่ออาทิตย์ก่อนผมก็รู้สึกตื่นเต้นกับการไปว่ายน้ำตอนเช้าตรู่ของวันพุธเป็นครั้งแรกในชีวิต หรือเมื่อสองสามเดือนก่อนก็เป็นครั้งแรกที่ผมไปเล่นแบดมินตันตอนดึกของวันจันทร์เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมคิดว่าการลองทำอะไรที่ผิดเวลาแบบนี้บางครั้งก็ทำให้กิจกรรมที่จำเจกลับกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นขึ้นมามากทีเดียว

ผมไปถึงโรงหนังเวลาเก้าโมงครึ่ง เช้าวันอาทิตย์แบบนี้ผู้คนส่วนใหญ่ยังนอนหลับพักผ่อนกันอยู่ ช่องขายตั๋วยังปิดอยู่ มีคนมายืนรอเพื่อซื้อตั๋วอยู่บริเวณหน้าโรงหนังเพียงสามสี่คน เมื่อเห็นอย่างนั้นผมจึงเดินเล่นดูแผ่นป้ายโฆษณาหนังเรื่องอื่นที่จัดแสดงอยู่ในตู้กระจกข้างฝาผนังไปพลางๆ โรงหนังนี้ไม่ใช่โรงหนังขนาดใหญ่และก็ไม่ทันสมัยเทียบเท่ากับโรงหนังที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ตามเมืองใหญ่ หากแต่โรงหนังแห่งนี้เคยเป็นโรงละครเวทีของชุมชนเล็กๆ แห่งนี้มาก่อน เมื่อเวลาผ่านไปละครเวทีและการแสดงต่างๆ ก็เริ่มหมดความนิยม โรงละครจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นโรงหนังเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ทุกวันนี้โรงหนังแห่งนี้จึงยังเป็นสถานที่ให้ความบันเทิงแก่คนในชุมชนอยู่เช่นเดิม แต่หนังที่นำมาฉายมักจะแตกต่างไปจากโรงหนังใหม่ๆ ที่ฉายหนังตามกระแสเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องให้กับบริษัทผู้ผลิตหนัง* หนังที่จะฉายในโรงหนังเล็กๆ แห่งนี้มักจะเป็นหนังที่มาจากกลุ่มผู้สร้างหนังรายย่อยซึ่งมักจะมีรูปแบบที่ต่างออกไปจากหนังตลาดทั่วไปโดยรวมถึงหนังใหม่ที่เพิ่งถูกสร้างและหนังเก่าที่หาดูยาก อย่างเช่นหนังที่ผมตั้งใจจะมาดูวันนี้ก็เป็นหนังเก่าที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นเรื่องที่ผมเคยอ่านหนังสือมาก่อนและก็รู้สึกประทับใจ ผมถึงได้ตัดสินใจตื่นแต่เช้าวันอาทิตย์เพื่อมาดูให้ได้

ผมเดินเล่นอยู่ไม่นานพนักงานก็เริ่มเปิดขายตั๋ว ผมรอจนกระทั่งคนสี่ห้าคนนั้นซื้อตั๋วจนเสร็จแล้วถึงเดินเข้าไปซื้อตั๋วเป็นคนสุดท้าย พนักงานคนที่ขายตั๋วบอกกับผมว่าวันนี้มีกาแฟให้ดื่มฟรีเนื่องจากว่าเป็นหนังรอบพิเศษในเช้าวันอาทิตย์ พร้อมทั้งชี้ไปยังโต๊ะที่มีกระติกใส่กาแฟพร้อมทั้งแก้วพลาสติกวางอยู่ ผมกล่าวขอบคุณสำหรับคำแนะนำแล้วจึงเดินไปรินกาแฟใส่ถ้วย กาแฟกลิ่นหอมรสชาติดีคงจะเพิ่งถูกชงใหม่ๆ ทำให้ผมรู้สึกสดชื่น ผมค่อยๆ จิบกาแฟอย่างสบายใจพลางคิดถึงการต่อคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อน้ำอัดลมราคาแสนแพงตามร้านขายเครื่องดื่มหน้าโรงหนังสมัยใหม่ ผมได้แต่นึกชื่นชมโรงหนังเล็กๆ แห่งนี้ที่เข้าใจดูแลเอาใจใส่ลูกค้าด้วยความเป็นกันเอง

พนักงานคนเดิมเดินออกมาจากช่องขายตั๋วเพื่อมาเปิดประตูโรงหนังและเชิญให้ทุกคนเดินเข้าโรงหนัง ผมเลือกนั่งบริเวณด้านหลังของโรงหนังเหมือนเช่นทุกครั้ง เก้าอี้ไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตอนที่ผมนั่ง แสงในโรงหนังค่อนข้างน้อยผมจึงต้องใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อปรับสายตาให้มองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว ผมซดกาแฟหยดสุดท้าย แสงไฟหรี่ลงอีก ม่านเปิดออกและหนังก็เริ่มฉาย

0 Comments:

Post a Comment

<< Home