๑
เธอบอกให้ผมเขียน
เธอไม่ได้บอกผมด้วยความบังเอิญหรอก แต่เป็นเพราะผมเคยถามเธอว่า ถ้าเธอต้องนั่งเครื่องบินสักสิบชั่วโมงเธอจะทำอะไร ผมว่าคำตอบของเธอไม่ใช่สิ่งที่เธออยากจะทำหรอก เธอตอบผมเหมือนจะแนะนำให้ผมทำในสิ่งที่เธอคิดว่าตัวผมเองอยากจะทำต่างหาก ผมคิดว่าคนเราสามารถอ่านใจกันได้ อย่างน้อยก็ในครั้งนี้
ผมและเธอมักจะมีโอกาสได้คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเสมอๆ เราคุยกันนานแต่บางทีก็ไม่มีใจความสาระอะไร บางทีก็คุยกันถึงเรื่องที่ยากจะเข้าใจ ยากจะอธิบาย หรือบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะมานั่งหาคำอธิบาย เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่นักเขียน ไม่ใช่กวีผู้ยิ่งใหญ่ ผมอาจจะสามารถอธิบายถึงรสชาติ และความรู้สึกของเม็ดเกลือที่อยู่ในปาก ที่เปลี่ยนจากเม็ดแข็ง ค่อยๆ เหลวละลายและเกิดรสเค็มขึ้นที่บนปุ่มลิ้นของผมจนรสนั้นแพร่ไปกว้างทั่วลิ้นและจางหายไป แต่ผมไม่อาจอธิบายถึงบางเรื่องที่ผมไม่เข้าใจหรือไม่เคยได้สัมผัส ผมไม่สามารถใช้ลิ้นชิมผิวหน้าของแยมผลไม้ขวดหนึ่งอย่างผิวเผิน แล้วอธิบายได้ว่าแยมในขวดนั้นเป็นอย่างไร เพราะทั้งรสชาติ ความรู้สึก รูปทรง มันซับซ้อนยิ่งใหญ่กว่าเม็ดเกลือมากมายนัก กวีเอกเท่านั้นที่สามารถเลือกสรรถ้อยคำและสร้างประโยค ที่สามารถกล่าวถึงทุกสิ่งในโลกนี้ได้อย่างสวยงามน่าหลงไหลและน่าติดตาม
ผมซื้อสมุดมาเล่มหนึ่ง เป็นสมุดปกพลาสติกสีฟ้าอ่อนที่ผมบังเอิญเจอเข้าในแผนกขาย เครื่องเขียนที่กำลังลดราคาสินค้าในห้างสรรพสินค้าเล็กๆ แห่งหนึ่ง ตอนแรกผมตั้งใจจะซื้อสมุดเล่มนี้มาเพื่อจดข้อมูล บันทึกที่อยู่ของเพื่อนแทนสมุดเล่มเล็กเล่มเก่าที่ผมใช้มาหลายเดือน และแทบจะไม่มีที่ว่างสำหรับเขียนอะไรได้อีกแล้ว
ผมเอามาเขียนซะแล้ว สองหน้าแล้ว
ผมชอบใช้ปากกาหมึกซึมแบบโบราณเขียนหนังสือ ผมชอบสีน้ำหมึกที่เลอะบนนิ้วมือ มันเป็นหลักฐานที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมได้ทำงานอะไรลงไปบ้างแล้ว ผมชอบมุมที่สึกไปของหัวปากกาโลหะ ความรู้สึกเวลามุมถนัดของหัวปากกากรีดรอยทิ้งลวดลายบนกระดาษตามแต่ที่ผมจะลากพาไป ผมชอบการเติมน้ำหมึกโดยการใช้ปากกาสูบน้ำหมึกจากขวด
ใช่แล้ว ผมชอบเขียน
เธอไม่ได้บอกผมด้วยความบังเอิญหรอก แต่เป็นเพราะผมเคยถามเธอว่า ถ้าเธอต้องนั่งเครื่องบินสักสิบชั่วโมงเธอจะทำอะไร ผมว่าคำตอบของเธอไม่ใช่สิ่งที่เธออยากจะทำหรอก เธอตอบผมเหมือนจะแนะนำให้ผมทำในสิ่งที่เธอคิดว่าตัวผมเองอยากจะทำต่างหาก ผมคิดว่าคนเราสามารถอ่านใจกันได้ อย่างน้อยก็ในครั้งนี้
ผมและเธอมักจะมีโอกาสได้คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเสมอๆ เราคุยกันนานแต่บางทีก็ไม่มีใจความสาระอะไร บางทีก็คุยกันถึงเรื่องที่ยากจะเข้าใจ ยากจะอธิบาย หรือบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะมานั่งหาคำอธิบาย เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่นักเขียน ไม่ใช่กวีผู้ยิ่งใหญ่ ผมอาจจะสามารถอธิบายถึงรสชาติ และความรู้สึกของเม็ดเกลือที่อยู่ในปาก ที่เปลี่ยนจากเม็ดแข็ง ค่อยๆ เหลวละลายและเกิดรสเค็มขึ้นที่บนปุ่มลิ้นของผมจนรสนั้นแพร่ไปกว้างทั่วลิ้นและจางหายไป แต่ผมไม่อาจอธิบายถึงบางเรื่องที่ผมไม่เข้าใจหรือไม่เคยได้สัมผัส ผมไม่สามารถใช้ลิ้นชิมผิวหน้าของแยมผลไม้ขวดหนึ่งอย่างผิวเผิน แล้วอธิบายได้ว่าแยมในขวดนั้นเป็นอย่างไร เพราะทั้งรสชาติ ความรู้สึก รูปทรง มันซับซ้อนยิ่งใหญ่กว่าเม็ดเกลือมากมายนัก กวีเอกเท่านั้นที่สามารถเลือกสรรถ้อยคำและสร้างประโยค ที่สามารถกล่าวถึงทุกสิ่งในโลกนี้ได้อย่างสวยงามน่าหลงไหลและน่าติดตาม
ผมซื้อสมุดมาเล่มหนึ่ง เป็นสมุดปกพลาสติกสีฟ้าอ่อนที่ผมบังเอิญเจอเข้าในแผนกขาย เครื่องเขียนที่กำลังลดราคาสินค้าในห้างสรรพสินค้าเล็กๆ แห่งหนึ่ง ตอนแรกผมตั้งใจจะซื้อสมุดเล่มนี้มาเพื่อจดข้อมูล บันทึกที่อยู่ของเพื่อนแทนสมุดเล่มเล็กเล่มเก่าที่ผมใช้มาหลายเดือน และแทบจะไม่มีที่ว่างสำหรับเขียนอะไรได้อีกแล้ว
ผมเอามาเขียนซะแล้ว สองหน้าแล้ว
ผมชอบใช้ปากกาหมึกซึมแบบโบราณเขียนหนังสือ ผมชอบสีน้ำหมึกที่เลอะบนนิ้วมือ มันเป็นหลักฐานที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมได้ทำงานอะไรลงไปบ้างแล้ว ผมชอบมุมที่สึกไปของหัวปากกาโลหะ ความรู้สึกเวลามุมถนัดของหัวปากกากรีดรอยทิ้งลวดลายบนกระดาษตามแต่ที่ผมจะลากพาไป ผมชอบการเติมน้ำหมึกโดยการใช้ปากกาสูบน้ำหมึกจากขวด
ใช่แล้ว ผมชอบเขียน

0 Comments:
Post a Comment
<< Home